
"เพื่อแผ่นดินหนุนแก้รธนประเด็นสมานฉันท์
"ชาญชัย เผย พผ.หนุนแก้ รธน. ในประเด็นที่ทำให้เกิดสมานฉันท์ ปัด สมเกียรติ ร่วม 40 ส.ว.ค้านแก้ รธน. เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติ พผ. ยันถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่แตกแยก รัฐบาลก็อยู่ได้นาน
(15ก.ย.) เวลา 09.00 น. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า สิ่งใดที่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในประเทศ และเป็นทางรอดของประเทศ พรรคเพื่อแผ่นดินพร้อมที่จะสนับสนุน การแก้ไขรัฐธรรมนูญหากนำไปสู่เสรีภาพ สร้างความสมานฉันท์ ก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าหากมีการแก้รัฐธรรมนูญจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง นายชาญชัย กล่าวว่า ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นหากมาตราใดที่ยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่ ก็อย่าเพิ่งไปแก้ไข แต่มาตราใดที่ไม่มีความขัดแย้งก็ต้องดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่ามีกี่มาตราที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง นายชาญชัย กล่าวว่า ประเด็นที่สามารถทำได้ทันทีคือเรื่องเขตเลือกตั้ง เพราะหลายพรรคเห็นตรงกัน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ว่า การพัฒนากระบวนการต่างๆรวมทั้งภารกิจหน้าที่ของ ส.ส. หากเป็นเขตใหญ่จนเกินไป จะทำให้การดูแลเรื่องปัญหาต่าง ๆ ไม่ครอบคลุม ประชาชนไม่ใกล้ชิดกับ ส.ส. รวมทั้งมาตรา 190 ก็เห็นตรงกันว่าควรจะแก้ไข
ส่วนประเด็นอื่น ๆ นั้นต้องไปเจรจากัน เพราะถ้ายังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่ พรรคเพื่อแผ่นดินก็จะไม่ร่วมด้วย ส่วนแนวทางข้อเสนอเรื่องการตั้ง สสร. 3 นั้นทางพรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่ได้หารือกัน จึงไม่สามารถให้ความคิดเห็นได้ เพียงแต่มีการพูดคุยกันว่าจะแก้มาตราใดก็ได้ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกมาตรา นายชาญชัย กล่าวว่า เป็นสิทธิของกลุ่ม 40 ส.ว. แต่ขอถามกลับว่าในกลุ่ม 40 ส.ว.นั้น ความคิดได้ตกผลึกแล้วหรือยัง และมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้แก้ เพราะระบอบประชาธิปไตยต้องใช้เหตุผลพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้ความเห็นส่วนตัวหรือใช้อารมณ์ แต่ต้องคิดเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ทุกวันนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม 40 ส.ว. นายชาญชัย กล่าวว่า ถ้าเคลื่อนไหวในฐานะส่วนตัว คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเคลื่อนไหวในนามพรรคก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการเคลื่อนไหวของนายสมเกียรติก็ไม่ใช่มติพรรค
ต่อข้อถามที่ว่าจะมีการตักเตือนนายสมเกียรติเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.มีสิทธิอยู่แล้ว ส่วนมติพรรคก็คือแนวนโยบายทางการเมืองของแต่ละพรรค ดังนั้นในฐานะที่ตนดูแลพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ขอบอกว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ คงจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามยื้อเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมีข้อเสนอให้แก้มาตรา 291 เพื่อตั้ง สสร. 3 นายชาญชัย กล่าวว่า พรรคเพื่อแผ่นดินมองในด้านบวก ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของพรรคใด หากตั้งอยู่บนแนวทางความสมานฉันท์ ลดความแตกแยกในสังคม พรรคก็พร้อมจะสนับสนุน แต่ต้องพูดกันด้วยเหตุและผล ยืนยันว่าพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นมิตรกับทุกพรรคและทุกคน
ถามว่าประเมินหรือไม่ว่าจะมีปัจจัยใดที่ทำให้รัฐบาลเกิดวิกฤติ นายชาญชัย กล่าวว่า วิกฤติในพรรคร่วมรัฐบาลและในรัฐสภา ยังไม่มีอะไรที่รุนแรง อาจจะมีความเห็นที่ต่างกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ตนเชื่อว่ายังสามารถทำงานร่วมกันได้ เหตุการณ์ที่ผ่านมา 9 เดือน ยังไม่มีอะไร ส่วนการเคลื่อนไหวของมวลชนนอกสภาที่มีคนกังวลว่าจะทำให้เกิดวิกฤตินั้น ตนมองว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องของการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารงานไปได้จนถึงสิ้นปีนี้หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า หากพรรคร่วมไม่วิกฤติ ไม่แตกแยก ก็จะอยู่นาน ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี



