
คสรท. ค้านขยาย "รับเบี้ยชราภาพ" !!
คสรท. ค้านรัฐขยายอายุรับเบี้ยชราภาพ ทวงรัฐจ่ายสมทบไม่ครบ มีแค่ตัวเลขแต่ไม่มีตัวเงิน ถามหากขยายต่อไปเรื่อยๆจะได้สิทธิอะไร
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ให้สัมภาษณ์รายการกรองข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุ FM 102 คลื่นคนทำงาน ถึงกรณีที่มีแนวคิดจะขยายการจ่ายเบี้ยชราภาพ ในกองทุนประกันสังคม จากเดิมที่จะได้รับเมื่ออายุ 55 ปี เป็น 60 ปี ว่า หลักการเบื้องต้นได้ตกลงกันไว้แล้วว่าในกรณีที่เมื่อทำงานมาระยะหนึ่งจนอายุ 55 ก็จะได้รับบำนาญหรือบำเหน็จ ก็รับรู้ล่วงหน้าแล้ว อยู่ๆมาเปลียนแปลงก็จะทำให้คนที่คาดหวังว่าจะได้หรือคนเกษียณก็จะได้รับผลกระทบ คนที่ไม่มีรายได้ หรือหาอาชีพเสริมเพื่อหวังจะใช้ส่วนนี้เสริมรายได้ จะกลายเป็นปัญหาและละเมิดสิทธิเขา ทั้งที่มีวิธีการอื่นตั้งเยอะที่จะดำเนินการไม่ใช่มาทำลายขวัญกำลังใจคนทำงานอย่างนี้
นายสาวิทย์กล่าวต่อว่า ผมคิดว่าเรื่องของสิ่งที่ถกเถียงกรณีเงินกองทุนที่ตอนนี้มีมากกว่า 1.6 ล้านล้านบาท เงินตัวนี้ไปดำเนินการกันแค่ไหน ดอกผลเป็นอย่างไรประชาชนไม่รับรู้เลย จากข้อมูลที่ได้มามีเงินจำนวนหนึ่งที่รัฐบาลไม่ได้จ่ายร่วมแปดหมื่นล้าน มีแต่บัญชีไม่มีตัวเงิน ถ้ามีส่วนนี้ก็จะไปเติมเต็มประกันสังคม นี่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะหลักการของกฎหมายเมื่อปี 2533 ให้ จ่ายเท่ากันสามส่วนคือ ลูกจ้าง นายจ้าง และ รัฐ แต่ช่วงหลังมาแก้ให้ส่วนของรัฐเหลือเพียง 2.75% ทำให้เกิดปัญหา และตั้งธงว่าถ้าถึงปี 2587 ก็จะทำให้กองทุนหมดลง นี่เป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้องและเป็นเรื่องขบวนการจัดหาของประกันสังคมมากกว่าจะผลักภาระให้ผู้ประกันตน
"นอกจากนี้อีกข้ออ้างที่ว่าอายุ 55 ยังมีเรี่ยวแรง จึงขยายต่อ เรียนว่าเป็นคนละประเด็น เรื่องเงินชราภาพ กับการขยายอายุทำงานคนละส่วน ถึงเขารับเงินแต่เขาจะทำงานต่อเขาก็ทำได้ นี่เป็นสิทธิที่ตกลงแล้วต้องจ่ายให้แก่เขา"นายสาวิทย์กล่าวต่อว่า
เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีการหารือกันมาก่อนหรือไม่ นายสาวิทย์กล่าวต่อว่าไม่ได้มีการหารือกันมาก่อน เขาจะคุยตรงไหนเราไม่ทราบ แต่ในส่วนของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยไม่ได้รับรู้รับทราบ รับรู้เพียงข่าวว่าพูดคุยและพยายามโน้มน้าว เรื่องปัญหากองทุน เราก็ค้านมาแต่ต้น
นายสาวิทย์กล่าวต่อว่าผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม หากเป็นกฎหมายแรงงานก็เป็นสภาพการจ้าง อยู่ๆจะมาเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างซึ่งไม่ถูกต้อง อายุ 55 สำหรับพนักงานออฟฟิศไม่เป็นปัญหา แต่คนทำงานโรงงานที่เผชิญอันตรายฝุ่นสารเคมี สุขภาพเขาก็แย่ลงการขยายต่อไปสภาพรวมคนงานอยู่ในภาวะที่ยาก คือแก่ก่อนวัย ทรุดโทรมก่อนวัย การขยายออกไป สุดท้ายเขาก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์นั้น
"อยู่ๆขยายออกไป แล้วต่อไปถ้าขยายเป็นเป็น 65 เป็น 70 แล้วเขาจะได้สิทธิอะไร" นายสาวิทย์กล่าว
นายสาวิทย์กล่าวต่อว่า ถ้ายังยืนยันจะแก้กฎหมาย ต้องหารือ เอาทั้งหมดมาเปิดเผยว่าข้ออ้างคืออะไร ความจำเป็นคืออะไร มันจริงแท้แค่ไหน แต่ที่เราทราบมาจากบอร์ดประกันสังคมบางคน ก็ทราบว่ารัฐบาลก็ค้างจ่ายๆ ไม่ใช่บอกทำโน่นทำนี่แล้วผู้ประกันตนจะเป็นอย่างไร นายกฯก็ย้ำว่าต้องการมีส่วนร่วมโปร่งใส กับปัญหาที่เกิดรัฐบาลต้องเคลียร์
ทั้งนี้นายสาวิทย์แก้วหวานระบุว่า วันอาทิตย์คณกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยจะแถลงข่าวเรื่องนี้ ที่ประชุม จะนำเสนอเหตุผลข้อมูล รัฐบาลควรรับฟัง เรื่องนี้ควรรอบคอบ ต้องฟังเสียงของผู้จ่ายเงิน



