ข่าว

รถเมล์ไฟฟ้าขสมก.สะดุดภาษีนำเข้า

รถเมล์ไฟฟ้าขสมก.สะดุดภาษีนำเข้า

30 มิ.ย. 2560

รถเมล์ไฟฟ้าขสมก.สะดุดภาษีนำเข้า

โครงการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า 200 คันสะดุด หลังกรมศุลฯไม่ยอมลดภาษีนำเข้า ส่งผลวงเงินพุ่ง 1,000 ล้านบาท คาดต้องรอบอร์ดขสมก. ชุดใหม่ตัดสินใจ ขณะเดียวกันรอจุฬาฯ สรุปผลศึกษาเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสารเดือนก.ค. นี้

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อพร้อมว่าจ้างซ่อมบำรุงรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ไฟฟ้าจํานวน 200 คัน วงเงิน 2,702 ล้านบาทว่าการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าอาจล่าช้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากล่าสุดกรมศุลกากรแจ้งว่าไม่สามารถปรับลดภาษีนำเข้ารถไฟฟ้าให้ ขสมก. เพียงรายเดียวได้ เพราะอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ ส่งผลให้ราคาจัดซื้อรถสูงกว่าราคากลางที่ประเมินไว้

เงื่อนไขการประมูล (TOR) กำหนดราคากลางไว้ 10 ล้านบาทต่อคัน แต่เมื่อไม่ได้ลดภาษีนำเข้าก็ทำให้ราคาเพิ่มเป็น 15 ล้านบาทต่อคัน หรือทำให้มูลค่าโครงการจะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านบาทเป็น 3,702 ล้านบาท

กรมศุลกากรยังระบุว่าถ้า ขสมก. ต้องการใช้สิทธิ์ลดภาษีนำเข้า ก็ต้องรอให้มีการตั้งโรงงานใหม่ในประเทศไทย แต่ก็คงดำเนินการไม่ทันกับการจัดซื้อรถของ ขสมก. เพราะการจัดตั้งโรงงานจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 2 ปี

“เมื่อราคากลางเปลี่ยนแปลง ขสมก. ก็ต้องพิจารณาTORใหม่ แต่ส่วนตัวผมมองว่าซื้อรถคันละ 15 ล้านบาทอาจไม่คุ้ม เพราะ ขสมก. อาจกลายเป็นหนูทดลองยา เพราะเราเป็นผู้ซื้อรถจำนวนมากรายแรกในประเทศ รวมทั้งยังต้องลงทุนสร้างสถานีชาร์ตไฟ และอู่จอดรถอีก ถ้าหากทำไปแล้วไม่รอดก็ยิ่งทำให้ ขสมก. ขาดทุนไปกันใหญ่ เรื่องนี้จึงให้บอร์ดชุดปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระวันที่ 20 ก.ค. ตัดสินใจอีกครั้ง หากไม่ทันก็อาจต้องรอให้บอร์ดชุดใหม่พิจารณา” นายสมศักดิ์กล่าว

สำหรับการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ตามแผนปฏิรูปองค์กรนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาต้นทุนและการคิดผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมทั้งการจัดสรรเส้นทางเดินรถ คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค. นี้ โดยเบื้องต้นมีแนวโน้มจะปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สอดรับกับต้นทุนที่แท้จริง