ข่าว

191 ฟุ้งปราบเด็กแว้นสำเร็จอาชญากรรมลดฮวบ

191 ฟุ้งปราบเด็กแว้นสำเร็จอาชญากรรมลดฮวบ

29 มิ.ย. 2560

ผู้การ 191 โชว์ผลงานปราบเด็กแว้น จับเข้มทุกสัปดาห์ สถิติแข่งซิ่งลด 60% เผยสั่งปิดเวปเพจจัดแข่งซิ่ง 21 เพจ จับแอดมิน 18 ราย แฉหัวโจกวัยรุ่นวางตัวเป็นเน็ตไอดอล

          29 มิ.ย. 60 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักกิจการยุติธรรม (สกธ.) กระทรวงยุติธรรม จัดประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที 15 ว่าด้วยการป้องกันปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยมีการสัมมนาในหัวข้อ "มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง" 

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ. (191)  กล่าวถึงแนวทางการปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางว่า เด็กแว้นเป็นปัญหาสะสมมานานกว่า 7 ปี และยังทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่างๆตามมา เช่น การพกพาอาวุธปืน ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ลักวิ่งชิงปล้น  ซึ่งเป็นวงจรเดียวกันทั้งหมด เมื่อสามารถแก้ปัญหาเด็กแว้นได้จึงทำให้อาชญากรรมอื่นๆลดลงตามไปด้วย จากผลปฎิบัติการปราบปรามอย่างจริงจังในทุกสัปดาห์  พบว่า ในปี 2559-2560  มีสถิติลดลงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทำให้ยึดรถจักรยานยนต์ได้ 636 คัน ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 279 ราย และยังปราบปรามแอดมินเวปเพจ รวมทั้งสั่งปิดเวปเพจต่างๆในโซเชียลมีเดียไปแล้ว 21 เพจ จับกุมหัวโจกหรือตัวการจัดและนัดแข่งรถ รวมทั้งแจ้งเส้นทางหลบเลี่ยงด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 18 ราย

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวนั้น สตช. ได้นำเด็กที่ทำผิดไปเข้ารับการอบรมจำนวน 1,061 คน และพบว่าเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้กลับเข้ามาแข่งรถอีก สาเหตุเพราะผู้ปกครองจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย จึงทำให้เด็กไม่กล้ากลับมาทำความผิดอีกนอกจากนี้คสช.ยังคำสั่งให้ทางตำรวจ ทหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ. ) เข้าตรวจค้นโรงงาน หรืออู่ซ่อมรถยนต์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการยุยงส่งเสริมให้เยาวชนตกแต่งรถจักรยานยนต์  โดยเฉพาะในย่านปทุมธานี สมุทรสาคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจยึดท่อไอเสีย. และอุปกรณ์อื่นๆจนหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการ

          “จากการเข้าตรวจค้น 36 โรงงาน ตรวจยึดปลายท่อกว่า 1 หมื่นชิ้น นอกจากนี้ยัง ทำบัญชีหัวโจก และมีการนำกำลังตำรวจ ทหารเข้าตรวจค้นบ้าน. ซึ่งพวกหัวโจกทำหน้าที่ นั่งดูไลน์ สั่งการให้กลุ่มเด็กแว้นหลบเลี่ยงการจตั้งด่านตรวจจับของตำรว พวกนี้จะมีการตั้งฉายาในกลุ่ม เช่น สายหมอกฝั่งธน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน บางรายมีผู้ปกครองเป็นตำรวจ หัวโจก 1 คนจะมีเครือข่าย 200 ค มีการตั้งเพจสมาคมเด็กแว้นแห่งประเทศไทย มีผู้ติดตาม 80,000-12,000 แสนคน สำหรับหัวโจก 18รายที่ถูกออกหมายจับ ได้หยุดพฤติกรรมแล้ว มีเพียง 1 ราย ที่มีพฤติกรรมกลับมาเรียกแขกอีก ซึ่งตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ คาดว่าจะได้ตัวในวันนี้”พล.ต.ต.สุรเชษฐ์
กล่าว
         พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง กล่าวว่า จากการติดตามพฤติกรรมหัวโจกของกลุ่มเด็กแว้นพบว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ และต้องการเป็นที่รู้จักหรือเป็นเนตไอดอลมีคนติดตามนับหมื่นแสนคน ทำให้มีพื้นที่ในสังคม เช่น สายหมอกฝั่งธน จากนั้นก็ทำสติกเกอร์ขาย และเมื่อหาเงินได้ก็จะเริ่มมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต แบบเรียงคิวเข้ามาหาถึงบ้าน ทำให้เยาวชนเหล่านี้มีพฤติกรรมเลียนแบบกัน บางรายมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องกลายเป็นปัญหาสังคมที่ขยายไปในวงกว้าง ดังนั้นการเด็ดหัวโจกจึงเป็นเรื่องสำคัญเพราะทำให้ลดปัญหาดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

          “ในเพจเด็กแว้นจะมีกลุ่มเด็กสะเก๊าเป็นหน่วยหน้า ทำหน้าที่แจ้งในกลุ่มไลน์และเฟชบุ๊คว่า ตำรวจตั้งด่านอยู่ตรงไหนบ้าง แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับการทำงานโดยการปิดกล่อง หรือเกี่ยวก่อนที่จะกลุ่มเด็กแว้นจะเข้ามามั่วสุม ล่าสุดจากสถิติของสถานีตำรวจ 88 แห่ง ในเดือนมิ.ย.นี้ได้รับแจ้งว่ามีการนัดแข่งรถจักรยานยนต์ในทางเพียง 5 ครั้ง  อย่างไรก็ตาม เมื่อหมดกลุ่มนี้ก็ยังกลุ่มเด็กแว้นและหัวโจกหน้าใหม่เกิดขึ้นอีก แต่จากการตรวจสอบพบว่ายังมีแต่มีผู้ติดตามเพียงแค่หลักร้อย ซึ่งตำรวจจะจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งในเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑล”ผกก.สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางกล่าว

          ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคสช.22/2558 (ศอ.กต.)ระบุว่า ในจังหวัดมีการจับกุมสถานบริการและสถานประกอบการและมีคำสั่งปิด 5 ปีไปแล้วจำนวน 288 แห่ง แยกออกเป็นสถานบริการ 21แห่ง สถานประกอบการ 267 แห่ง กทม.จับกุมสถานบริการและสถานประกอบการไปแล้ว 34 แห่ง ในขณะที่ชุดเฉพาะกิจส่วนกลาง มีการจับกุมสถานบริการและสถานประกอบการในเขตกทม.และปริมณฑลจำนวน 20 ร้าน ในเขตกทม.15 ร้าน มีคำสั่งปิด 5 ปี จำนวน 14ร้านและปิดตามปว.40 จำนวน 1 ร้าน ในเขตปริมณฑล จำนวน 5 ร้านและมีคำสั่งปิด 5 ปี จำนวน 5 ร้าน

          อย่างไรก็ตามจากการปรับมาตรการป้องกันการรวมตัวของผู้มีพฤติกรรมร่วมในการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งสตช.ที่จับกุมและเข้าแทรกแซงทางโซเชียลทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลง ข้อหาแข่งรถในทางจำนวนคดีลดลงร้อยละ 83 และจับกุมผู้ต้องหาลดลงร้อยละ 69 ข้อหาขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียว คดีลดลงร้อยละ 30.64 จับกุมผู้ต้องหาลดลงร้อยละ 28.69  ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จำนวนคดีลดลงร้อยละ 39.5 และจับกุมผู้ต้องหาลดลงร้อยละ 39.35