ข่าว

สั่งสภ.เกาะเต่าแจงคดีแหม่มเบลเยี่ยมตายปริศนาใน3วัน

สั่งสภ.เกาะเต่าแจงคดีแหม่มเบลเยี่ยมตายปริศนาใน3วัน

29 มิ.ย. 2560

รองผู้การฯสุราษฎร์ สั่งสภ.เกาะเต่า แจงคดีแหม่มเบลเยี่ยมตายปริศนาภายใน 3 วัน                

                       ความคืบหน้ากรณีเวปไซต์ samuitimes รายงานว่า น.ส. เอลีส ดัลเลมานจ์ นักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยม วัย 30 ปี ถูกพบเป็นศพบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งนักท่องเที่ยวรายนี้พำนักบนเกาะพงันมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนไปที่เกาะเต่า เมื่อ 19 เมษายน โดยสองวันก่อนหน้าเธอติดต่อมารดาผ่านสไกป์ว่า เธอตัดสินใจกลับบ้านที่เบลเยี่ยมหลังเดินทางมานาน 18 เดือน                          

                    ผลสอบสวนการเดินทางของเธอพบว่า ดัลเลมานจ์ เข้าพักที่บังกะโล ทริปเพิล บี ที่แม่หาด เกาะเต่า คืนนั้น เกิดไฟไหม้ห้องพัก 3 ห้อง รวมถึงห้องที่เธอพักอยู่ เจ้าของบังกะโลกล่าวว่าไฟไหม้เกิดจากไฟฟ้าขัดข้อง และไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอหลบหนีออกไป จากนั้นดูเหมือนหญิงสาวเดินไกลหลายกิโลเมตร ไปทางอ่าวโตนด โดยเธอรับประทานอาหารที่นั่นและจองตั๋วเครื่องบินไปกรุงเทพผ่านทางชุมพรในวันที่ 24 เมษายน แต่ปรากฎว่า กระเป๋าเดินทางของเธอไปถึงชุมพรแต่ไร้เงาเจ้าของ ก่อนพบเป็นศพบนโขดหินในป่าเหนืออ่าวโตนดในหลายวันต่อมา โดยตำรวจระบุในตอนนั้นว่าเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายและแม่ก็รับทราบ

                    วันนี้(29มิ.ย.) เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฏร์ธานี (รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ) รักษาราชการแทน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สารวัตรใหญ่ สภ.เกาะเต่า ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง และให้รีบรายงานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดออกไป 

                    ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการติดต่อมารดาผู้เสียชีวิตให้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุและนำศพส่งซันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และได้ส่งต่อไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ทางพนักงานสอบสวนได้สรุปเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีมารดาผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมรับรู้ แต่เมื่อมีข่าวออกมาอีกครั้งตนได้สั่งการให้สรุปเรื่องกลับมาใหม่ เพื่อจะได้รายงานรายละเอียดให้กับหน่วยเหนือรับทราบต่อไป

                    พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวยอมรับว่าที่พักของผู้เสียชีวิตมีเหตุไฟไหม้จริงและนางสาวอีลิสก็ได้หายตัวไปก่อนไฟไหม้ต่อมาประมาณ 3 วันก็มีผู้มาพบศพที่บริเวณโตนด ซึ่งพนักงานสอบสวนรายมาว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยใช้เชือกผูกคอ ส่วนประเด็นที่มีผู้พบกระเป๋าเดินทางของผู้เสียชีวิตในเรือเฟอร์รี่ ที่จังหวัดชุมพร ตนกำลังประสานพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข่าวหรือไม่ และศพมีร่องรอยถูกสัตว์กัดกินบางส่วนนั้นยังไม่ทราบขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะเปิดเผยต่อไป