ข่าว

ก.ม.ภาษีที่ดินเลื่อนเข้าสภาปีหน้า เหตุดึงกลับปรับปรุงใหม่

ก.ม.ภาษีที่ดินเลื่อนเข้าสภาปีหน้า เหตุดึงกลับปรับปรุงใหม่

15 ก.ย. 2552

คลังถกหน่วยงานเกี่ยวข้องหาข้อสรุปร่างกฎหมายภาษีที่ดินอีกครั้ง หลังมีข้อเสนอแนะจาก อปท.-ประชาชนทุกภาค คาดกำหนดอัตราเพดานเดิม แต่เปิดช่องให้เพิ่มได้จากอัตราประกาศจริง พร้อมรับเสนอเข้าสภาไม่ทันปีนี้

นางลาวัลย์ ภูวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ....ว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายถือว่ามีความสมบูรณ์แล้วประมาณ 90% และวันที่ 15 กันยายนนี้ สศค.จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ ที่ได้รับฟังจากการเดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศมาปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ครั้งสุดท้าย และจะเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งจากการปรับปรุงร่างกฎหมายและการเตรียมความพร้อมต่างๆ อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำเข้ารัฐสภาได้ทันในสมัยการประชุมนี้ อย่างเร็วสุดน่าจะเป็นการประชุมสมัยหน้า จึงทำให้กฎหมายบังคับใช้ไม่ทันวันที่ 1 มกราคม 2553 ตามที่กำหนดไว้

 “กฎหมายจะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 2 ปีข้างหน้าหลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพราะต้องการให้ประชาชนมีระยะเวลาปรับตัว รวมถึงให้ อปท.ทั่วประเทศ มีเวลาประเมินที่ดินและคำนวณภาษีด้วย แม้จะล่าช้าออกไป แต่ สศค.ยืนยันจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้ เพราะถือเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นเป็นปีละ 4 หมื่นล้านบาท และยังสร้างความเป็นธรรมในการเก็บภาษีทรัพย์สิน” นางลาวัลย์กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ใหม่นั้นจะพิจารณาถึงประเด็นขออัตราเพดานภาษีและข้อผ่อนผันบางประการ เนื่องจากพบว่าบางพื้นที่เสนอว่าอัตราภาษีที่เพดาน 0.5% นั้นต่ำเกินไป ทำให้รายได้ของ อปท.ลดลง ซึ่งมีเพียงภาคตะวันออกในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เช่น แหลมฉบัง โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนำรายได้จากค่าเช่ามาคำนวณฐานภาษี ซึ่งทำให้เกิดความผิดพลาด ขณะที่พื้นที่อื่นๆ มองว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมและในปีแรกอัตราการจัดเก็บจริงจะมีคณะกรรมการกลางมากำหนด ซึ่งน่าจะเป็นอัตรากลางๆ เท่านั้น แต่จะเปิดช่องให้ท้องถิ่นปรับเพิ่มอัตราได้ตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด

 นายแคล้ว ทองสม ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนาคารรักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์จะต้องประเมินราคาที่ดิน อาคารชุด และสิ่งปลูกสร้าง โดยในส่วนที่ดินรายแปลงทั่วประเทศที่มีอยู่ 30 ล้านแปลง โดยมีการประเมินราคาเสร็จแล้ว 5.2 ล้านแปลง เหลือ 24.7ล้านแปลง ที่จะต้องประเมินรายบล็อกแบบละเอียดให้เสร็จภายใน 2 ปี ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับจริง เพราะ อปท.จะต้องใช้ราคาประเมินของกรมธนารักษ์เป็นฐานในการคำนวณภาษี ขณะที่ อปท.ให้ความเห็นว่า ในช่วง 2 ปีอาจจะทำไม่ทัน เพราะขาดงบประมาณและกำลังคนในการเข้าไปประเมินราคา