
"ยิ่งลักษณ์" ขอศาล "เดินเผชิญสืบ" ข้าวไม่เน่า
"ยิ่งลักษณ์" สู้ไม่ถอยคดีจำนำข้าว เตรียมร้องศาลฎีกานักการเมืองลงพื้นที่ เผชิญสืบโรงสีข้าวอ่างทอง พาณิชย์ตรวจไม่พบทุจริต
29 มิ.ย. 2560 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 29 มิ.ย.60 เวลา 09.30 น.ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 13 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหาย กว่า 5 แสนล้านบาท
โดยก่อนเข้าฟังการไต่สวนพยานจำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการต่อสู้คดีว่า จะขอความเป็นธรรมต่อศาลให้ไต่พยานของจำเลยครบทุกปาก เพราะยังมีพยานสำคัญอีกจำนวนมากที่ต้องเข้าไต่สวนต่อศาลอีก 2 นัดที่เหลือ
ล่าสุดทนายความได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอขยายเวลาไต่สวนพยานเพิ่มเติม เพราะยังเหลือพยานอีก 20 ปากทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาหรือไม่
และวันนี้ก็ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบโรงสีข้าวและคลังข้าวจังหวัดอ่างทอง 16 แห่งด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ก็ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วแต่ไม่พบความเสียหายและการทุจริต จึงน่าจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวของตนเองไม่ได้ทุจริตและเน่าเสียอย่างที่ถูกล่าวหา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่าก่อนหน้านี้ ตนเคยร้องในประเด็นนี้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้วแต่ก็ไม่ได้หยิบมาพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 13 วันนี้ทนายความเตรียมพยาน 3 ปาก เข้าไต่สวนประกอบด้วย นายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์ ที่ปรึกษารองประธานกรรมการองค์การคลังสินค้าด้านกฎหมายและเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการจีทูจี
และ น.ส.นิรัชฌา ไกยสวน บุตรสาวของชาวนาที่เสียชีวิตจากการผูกคอตายที่ จ.ร้อยเอ็ด กับนายบุญช่วย หอมพญา บิดาของชาวนาที่เสียชีวิตจากการตายผูกคอตาย ที่ จ. นนทบุรี ที่จะยืนยันว่าเสียชีวิตจากปัญหาส่วนตัว
--------------



