
อย่าทำเพื่อความสะใจ!
การนัดชุมนุมครั้งใหญ่ของ "คนเสื้อแดง" กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 19 กันยายน ในโอกาสครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร โดยตั้งเป้าผู้มาร่วมชุมนุมนับแสนให้ "แดงทั้งแผ่นดิน"
ถือเป็นการรวมพลกันอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้เลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 30 สิงหาคม และวันที่ 5 กันยายน มาแล้ว โดยอ้างว่า วันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน รัฐบาลได้ประกาศใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร" เป็นเหตุทำให้ "แกนนำเสื้อแดง" เลื่อนการชุมนุม
การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายน "คนเสื้อแดง" นัดรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อให้ล้นไปถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
พูดเองเออเองว่า หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง "คนเสื้อแดง" ก็จะสลายการชุมนุม
ในขณะที่รัฐบาลเตรียมหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 15 กันยายน เกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง เพื่อออกประกาศ "พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร" อีกครั้ง
แต่การชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" ครั้งนี้ มีการประเมินกันว่า จำนวนผู้มาชุมนุมอาจลดลง เนื่องจากการทำกิจกรรมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมายังไม่มีกิจกรรมใดที่บรรลุเป้าหมายเป็นรูปธรรมให้คนเสื้อแดงรับรู้ถึงแรงกดดันรัฐบาลได้รับ "ชนะ"
ในขณะที่การเดินทางมาร่วมชุมนุมแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะแดงต่างจังหวัดต้องจ่ายมากกว่าปกติทำให้ "แดงแท้" เกิดความท้อแท้และเริ่มเบื่อหน่าย !
ประกอบกับเกิดเหตุการณ์ "แดงแตกคอ" ทำให้กำลังถูกตัดทอนลงไปจากเดิม
รวมถึงกลุ่มแนวร่วมบางกลุ่มเริ่มคิดว่า "เป้าหมาย" ของแกนนำไม่ชัด โดยเฉพาะกรณีการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน จะมีการเคลื่อนขบวนไปยังหน้าบ้าน "ป๋าเปรม" ในโอกาสครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร ถามว่า ทำแล้วผลที่ประชาชนหรือผู้ร่วมชุมนุมได้รับคืออะไร ?
หรือต้องการเพียงแค่ต้องการไปแสดงพลังของคนเสื้อแดง โจมตี "ป๋าเปรม" ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ เพื่อความสะใจเท่านั้น !
แต่ถ้าต้องการแสดงสัญลักษณ์ ก็มีคำถามตามมาอีกว่า "ประชาชน" ได้อะไรจากการกระทำดังกล่าว และสามารถแก้ไขปัญหาการเมืองในขณะนี้ได้หรือไม่
แต่ในทางตรงกันข้าม หากเป็นการตั้งเวทีปราศรัยให้ความรู้แก่ประชาชนถึงผลเสียของ "รัฐประหาร" ในแนวการให้การศึกษาหรือความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เกี่ยวกับเรื่อง "รัฐประหาร"
รวมทั้งการตำหนิผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่สนับสนุนการ "รัฐประหาร" เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนของชาติในอนาคต
เพราะสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ควรจะ "ปฏิรูป" ไม่ใช่ "ปฏิวัติ" ที่สำคัญควรลุกขึ้นสู้เมื่อถูกรังแก แต่ไม่ควรใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย
ดังนั้น การชุมนุมของคนเสื้อแดงยิ่งทำกิจกรรมลักษณะนี้ถี่เท่าไหร่ ยิ่งลดจำนวนแนวร่วมมากยิ่งขึ้น เพราะการต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงแค่การนำคนไปชุมนุมเท่านั้น
นอกจากนี้ มีหลายฝ่ายเริ่มแสดงความเป็นห่วงการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจนถึงขั้นเกิดการปะทะ "ใคร" จะรับผิดชอบต่อการนำคนไปชุมนุมในครั้งนี้
และคงไม่พ้นวลีที่เป็นตำนานมาถึงทุกวันนี้ว่า "พาคนไปตาย"
หากต้องขึ้นโรงขึ้นศาลใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางไปร่วมชุมนุม เพราะขนาด "แกนนำคนเสื้อแดง" บางคน จนทุกวันนี้ยังต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายเอง บางคนถึงขั้นขายที่ดิน ขายกิจการ เพื่อนำเงินมาประกันตัวเองออกจากคุก
ดังนั้น ในการชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" ในวันที่ 19 กันยายน ภายใต้การนำของ "สามเกลอ" วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้ว่า การชุมนุมครั้งนี้เป้าหมายคืออะไร ผลที่จะได้รับจากการชุมนุมครั้งนี้คืออะไร ?
อย่าทำกิจกรรมเพียงแค่โจมตีใครบางคน เพื่อความสะใจ โดยที่ประชาชนที่ให้การสนับสนุนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เลย !
นับครั้งที่ผ่านมา ไม่มีประชาชนคนไหนที่มาร่วมชุมนุม "สู้แล้วรวย" เลยสักคน
สมถวิล เทพสวัสดิ์



