
รายงาน-รัฐใหม่...เกมเผด็จศึก ?
ไม่ต้องพึ่ง โหร จากสำนักไหนมา ฟันธง ว่ารัฐบาลจะมีอาการร่อแร่อย่างถึงขีดสุด
เพราะเมื่อสำรวจ “ปัจจัยลบ” ที่แวดล้อมรัฐบาลอยู่ก็พอจะมองออกว่าช่วงเดือน “กันยายน-ตุลาคม” รัฐบาล “อ่อนไหว” มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำสูงเหลือเกิน
ด้านหนึ่งมาจาก “แรงกระเพื่อม” ภายใน จากกลุ่ม ก๊วน พรรคร่วมรัฐบาล และแวดวงพันธมิตรอำนาจรัฐทั้งหลาย ที่ขัดแข้งขัดขา “ปีนเกลียว” กันหลายประเด็น
ผลัดกันวางระเบิดเวลากันคนละลูก สองลูก ระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย กองทัพ ตำรวจ พันธมิตรฯ
นับถอยหลังรอวันระเบิดตูมตาม พังพาบตามๆ กันไป
ขณะที่ “ศึกนอก” ก็เคลื่อนตัว “กดดัน” อย่างไม่หยุดหย่อน
ยิ่งรัฐบาลอ่อนแรง “เครือข่ายทักษิณ” ยิ่ง “กระแทก” หนัก ออกโรงเขย่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีการส่งกองทัพน้อยๆ ตามบี้ ตัดแข้งตัดขา ตามปั่นป่วน
เรียกว่าเป็นภารกิจเพื่อปลุกกระแสเสื้อแดงให้โหมสะพัดก่อนการชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน
แต่เมื่อสแกนเข้าไปยัง “กองกำลัง” ของชาวเสื้อแดงในส่วนของ “ทัพใหญ่” ก็จะพบความจริงว่า “ไม่พร้อม” อย่างที่คุย
ร่องรอยการ “แตกคอ” ระหว่างแกนนำ 2 ฟาก คือ “3 เกลอ” กับ “แดงสยาม” ยังเป็นเหมือน “แผลเป็น” ในขบวนมวลชน ที่ยังล้างไม่ออก รักษาไม่หาย
เอาเข้าจริงแล้ว สภาพการไร้เอกภาพในหมู่แกนนำ อยู่ในลักษณะ “ปลาสองน้ำ” มานานแล้ว
แต่ทั้ง “แดงสยาม” และ “แดงสามเกลอ” เมื่อบังเอิญมี "เป้าหมาย" เดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ต้องกล้ำกลืนฝืนทน โหนกระเตงๆ กันไปแบบไม่เต็มใจ
ว่ากันที่มุมของ “ทักษิณ” เอง ก็รับรู้และเข้าใจพื้นฐานของ “แดง” ทั้งสองกลุ่มเป็นอย่างดี
รู้ดีว่า “แดงสยาม” นั้นมีประเด็น “ล่อแหลม” ภารกิจโค่นล้ม “มหาอำมาตย์” พาลให้ถูกตีความเลยเถิดไปไกลกลายเป็นพวก “ทัศนคติอันตราย” สังคมไทยรับไม่ได้
ยิ่งไปใกล้ชิดด้วย ยิ่งมีแต่เสีย !!!
แต่ครั้นจะปล่อยให้ “3 เกลอ” ควบคุมทัพเบ็ดเสร็จ ก็ไม่ไว้ใจเสียทีเดียวว่า “มือถึง” หรือไม่ ???
เพราะเหตุการณ์จลาจลวุ่นวายในช่วงสงกรานต์เลือด นอกจากจะคว่ำรัฐบาลไม่ได้ แล้วยังทำเอาแต้มติดลบไปมากโข
ดังนั้นหลักการบริหารบนความขัดแย้ง หรือ “แบ่งแยกปกครอง” จึงยังเป็นแนวทางที่ “ทักษิณ” ใช้เดินในหมากเกมนี้
โมเดล “สถาปนารัฐไทยใหม่” โดยใช้ยุทธวิธีจัดตั้ง “โรงเรียนการเมือง” ที่จะผลิตแกนนำแนวร่วมจากทั่วประเทศ ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่ “คานอำนาจ” 3 เกลอ ไม่ให้นำเดี่ยวจนยากเกินจะควบคุม
ว่ากันว่ามุกใหม่ว่าด้วย “รัฐใหม่” มีจุดเริ่มต้นที่วงสัมมนาที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งได้รับ “ไฟเขียว” จาก “ทักษิณ” ให้เดินเครื่องเต็มสูบ เพราะหมากนี้จะทลายการนำที่รวมศูนย์ได้
น่าสังเกตด้วยว่าภารกิจสถาปนารัฐใหม่ หรือ “โรงเรียนการเมือง” นั้น เป็น “ยุทธวิธี” และ “วาทกรรม” ของฝ่ายซ้ายเก่า ที่เคยใช้ขับเคลื่อนขบวนการคอมมิวนิสต์ในสมัยอดีต
ดังนั้นการที่ 3 เกลอประกาศยุทธการของฝ่ายซ้าย จะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าทัพสีแดง 2 ขบวนที่เคยแตกแยก มาบัดนี้ได้ถูกแปรเข้ามาเป็นขบวนเดียวกันแล้วหรือไม่ ???
แต่ที่จับสัญญาณได้ก็คือ ทั้ง “แดงสยาม" และ “แดง 3 เกลอ” จะขยับใกล้เข้ามาเคลื่อนไหวไปด้วยกันอีกครา โดยมี “ทักษิณ” เป็นแม่ทัพที่กุมบังเหียนทั้งสองฝั่ง
นาทีนี้ “ทักษิณ” จึงเปรียบเหมือนแม่ทัพที่มีม้าหลายตัวเอาไว้ขี่ ทั้งม้า 3 เกลอ ที่ขีดเส้นการสู้รบไว้แค่ “ประธานองคมนตรี”
3 เกลอมีความสามารถ พลิกผันได้หลายบททั้งบทบู๊ บทบุ๋น เล่นเกมเจรจาขอถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษก็ทำได้
ส่วนม้าขุนศึกอีกตัว ชื่อว่า “แดงสยาม” พร้อมรบพุ่ง ประจัญบาน ไม่หวั่นหน้าอินทร์หน้าพรหม มีอุดมการณ์สูงลิ่วเฉียดฟ้า
วันนี้ “ทักษิณ” จะขาดม้าตัวไหนไม่ได้สักตัวเดียว เพราะถึงแม้ม้า 2 ตัวนี้จะมีลีลา ท่วงทำนอง ในสมรภูมิรบต่างกัน แต่เป้าหมายคือนำ “แม่ทัพ” ควบเข้าสู่ “บัลลังก์อำนาจ” นั้นเหมือนกัน
ที่สำคัญ "ทักษิณ" ก็รู้ดีด้วยว่า ตราบใดที่เงินกว่า 7 หมื่นล้านยังคงลอยอยู่กลางอากาศ
ม้าศึกทุกตัวก็ต้องแข่งกันวิ่งจนตีนขวิดแน่นอน
ดังนั้น...เกมนี้จึงเป็นเกมที่ "ทักษิณ" ตั้งใจวางหมากหวังเพื่อเผด็จศึกรัฐบาล ในวาระครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร 19 กันยา 49 นี้ให้จงได้ !!!
เสถียร วิริยะพรรณพงศา



