
ประธานอาเซียนหลงทิศผิดทางกรณีซูจี
ภายหลังศาลประเทศพม่าพิพากษากักตัวนางออง ซาน ซูจี ให้อยู่ในบริเวณบ้านพัก โดยมีอิสรภาพจำกัดเป็นเวลา 18 เดือน ประธานอาเซียนซึ่งก็คือประเทศไทย ได้ประกาศถ้อยแถลงประธานอาเซียน กรณี "นางออง ซาน ซูจี" โดยกล่าวว่า
"ประธานอาเซียนปรารถนาจะย้ำเตือนข้อเรียกร้องของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 42 และการประชุมว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนกรกฎาคม ให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังทั้งหมดโดยทันที รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี เพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถเข้าร่วมการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2553 ได้"
เป็นที่น่าสังเกตว่า ถ้อยแถลงนี้เป็นถ้อยแถลงของประธานอาเซียน มิใช่เป็นถ้อยแถลงของอาเซียนต่อกรณีนี้
ประการต่อมา กรณีของนางออง ซาน ซูจี เป็นบุคคลในสังกัดประเทศพม่า และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศพม่า โดยคำพิพากษาของศาลประเทศพม่า ประธานอาเซียนมีสิทธิ์อะไรที่จะไปก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจอธิปไตยทางตุลาการของเขา
จุดมุ่งหมายของประธานอาเซียนในการเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวผู้ต้องขัง รวมทั้งผู้ถูกกักตัวในบริเวณบ้านพักนั้น ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมการเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในภาคหน้า ถามว่าการเลือกตั้งที่ประธานอาเซียนคาดหวังนั้นจะเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือในพม่า ในเมืองการเลือกตั้งนั้นคาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศพม่า มันย่อมเป็นกิจการภายในประเทศพม่า ประธานอาเซียนจะไปยุ่งเกี่ยวกับเขาด้วยเหตุอันใด
ในถ้อยแถลงประธานอาเซียนกล่าวต่อไปว่า
"การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจะเอื้ออำนวยต่อการปรองดองแห่งชาติ การเจรจาที่มีความหมาย และ การพัฒนาไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ในพม่าต่อไป"
ปัญหาประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองของแต่ละประเทศ ซึ่งประชาชนของประเทศนั้นๆ ชอบที่จะเลือกเอง ไม่อาจกล่าวได้ว่าประชาธิปไตยแบบอเมริกา หรือแบบยุโรป จะเหมาะสมกับประเทศโดยทั่วไปในโลกนี้ เฉพาะในอาเซียนนั้น ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแบบไทย ซึ่งก็ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ ประเทศเวียดนามก็มีประชาธิปไตยแบบเวียดนาม ประเทศลาว สิงคโปร์ มาเลเซีย ต่างก็มีประชาธิปไตยแบบของเขา แล้วจะไปเรียกร้องให้พม่ามีประชาธิปไตยแบบใคร?
วันก่อน ทูตประเทศอังกฤษประจำประเทศไทยได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เร่งเร้าให้นายอภิสิทธิ์คว่ำบาตรพม่า นายอภิสิทธิ์ในฐานะตัวแทนประธานอาเซียนอย่าได้ตกหลุมพรางอีกล่ะ
หันมาดูแถลงข่าวจากคณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาชาติบ้าง ซึ่งมีสาระสำคัญว่า ภายหลังผ่านการหารือฉุกเฉินเป็นเวลา 2 วัน ประเทศสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงฯ มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ต่อสถานการณ์ในพม่า และได้ออกแถลงการณ์ข่าวในวันที่ 13 สิงหาคม แสดงความห่วงใยต่อการที่พม่าได้พิพากษาออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพม่า ตลอดจนผลกระทบทางการเมืองของเธอ เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศดังกล่าวสร้างเงื่อนไขมากขึ้น เพื่อสนทนากับออง ซาน ซูจี
ในขณะเดียวกัน สมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงฯ กล่าวว่า เคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของพม่า และขอยืนยันอีกครั้งว่าอนาคตของพม่ากุมอยู่ในมือของประชาชนพม่าทั้งปวง
ทิวสน



