ข่าว

"อนุฯสื่อ สปท." เข็นร่างมาตรฐานกลางคนข่าว

"อนุฯสื่อ สปท." เข็นร่างมาตรฐานกลางคนข่าว

28 มิ.ย. 2560

"กมธ.ฯสื่อ สปท." จัดเวทีฟังความเห็นปชช. ต่อ ร่าง มาตรฐานกลางสื่อมวลชน

         

          มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - 28 มิ.ย. 60 -  "กมธ.ฯสื่อ สปท." จัดเวทีฟังความเห็นปชช. ต่อ ร่าง มาตรฐานกลางสื่อมวลชน ด้าน "นักวิชาการ" ยกผลงานวิจัย ชี้กลไกกำกับกันเองมีปัญหา เหตุเกรงใจ-ปิดทางคนนอก-องค์กรขาดนโยบายด้านจริยธรรม

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์​ สปท.​จัดเวทีสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห้นเพื่อการพัฒนาคู่มือมาตรฐานกลางทางจริยธรรมของสื่อมวลชน ที่ต้องออกตามบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่ง สปท. เสนอให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว​

          โดยในงานดังกล่าวมีเสวนาเปิดประเด็น เรื่อง "มาตรฐานทางจริยธรรมสื่อไทยอยู่ตรงไหน ณ วันนี้"​ ซึ่งมีนักวิชาการและสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความเห็น

 

เลขาฯ ก.พ. ชี้ "สื่อไทย" เป็นตัวช่วย "ปชช." ร้องเรียนปัญหา "ขรก."

          นางเมธินี เทพมณี รองประธาน อนุกมธ.ฯ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์  สปท. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  (ก.พ.) กล่าวว่าในระบบราชการได้ทำประมวลจริยธรรมเพื่อบังคับใช้กับข้าราชการทั่วประเทศ แต่ขั้นตอนการร้องเรียนจากประชาชนนั้นยังมีปัญหา เพราะประชาชนไม่ทราบว่ามีข้าราชการไทยมีประมวลจริยธรรมกำกับ  ดังนั้นตนมีแนวคิดที่จะเสนอสำนักนายกฯ รับเรื่องร้องเรียนผ่านระบบโซเชียลมีเดีย ซึ่งการกำกับจริยธรรมของข้าราชการนั้นถือเป็นจุดถ่วงดุลการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการไทยด้วย ทั้งนี้ในแง่การกำกับ ตรวจสอบและแจ้งเรื่องการกระทำที่ไม่ถูกต้องนั้น ตนมองว่าบทบาทสื่อมวลชนถือมีส่วนสำคัญ เพราะเป็นช่องทางที่ประชาชนจะร้องเรียนต่อปัญหาของการทำงานของข้าราชการไทย โดยมีตัวเลขที่ผ่านมาพบประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนประมาณ ร้อยละ 4 ทั้งนี้ตนคาดหวังต่อบทบาทสื่อมวลชนและข้าราชการคือคือการทำหน้าที่ที่มีคุณภาพเพื่อเป็นหลักของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

 

"ธาม" ยกโพลล์-งานวิจัย ชี้ ปชช.หนุนจัดระเบียบสื่อฯ-ระบบตรวจสอบกันเองมีปัญหา

           ด้านนายธาม เชื้อสถาปนศิริ อนุ กมธ.ฯ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ สปท. ฐานะนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสื่อสารการเมืองและสังคม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต่อการมีกฎหมายเพื่อคุมจริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและมองว่าบทบาทกรรมการนั้นต้องมาจากตัวแทนสื่อมวลชนและนักวิชาการ อย่างไรก็ตาม​ในงานวิจัยของศูนย์นโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทำเรื่องฐานข้อมูลองค์กรวิชาชีพและทบทวนบทเรียนการควบคุมกันเองด้านจริยธรรมขององค์กรวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไทย ชี้ให้เห็นว่ามาตรการการกำกับกันเองของสื่อมวลชน แม้จะมีจริยธรรมวิชาชีพบังคับใช้ 6-7 ปี ในด้านต่างๆ อาทิ มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพผู้สื่อข่าว, การปกป้องสิทธิเด็ก แต่ก็พบปัญหา และมีขั้นตอนยุ่งยากต่อการกำกับ ตรวจสอบกันเอง 

 

ชี้ ระบบคุมกันเองเหลว เพราะปิดทางคนนอก-เกรงใจ- องค์กรขาดนโยบายจริยธรรม

           นายธาม กล่าวด้วยว่าสำหรับการกำกับจริยธรรมของสื่อไทย ยังมีปัญหา เพราะ 13 สาเหตุหลัก อาทิ องค์กรวิชาชีพตั้งขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ การต่อรองทางธุรกิจและนโยบาย การประสานผลประโยชน์, องค์กรสื่อส่วนใหญ่ หรือต่างจังหวัดไม่มีข้อบังคับ แนวปฏิบัติ จรรยาบรรณวิชาชีพเพื่อกำกับสมาชิก, องค์กรวิชาชีพไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษทางจริยธรรม หากสื่อนั้นลาออกจากองค์กรวิชาชีพ,  ไม่มีกระบวนการรับเรื่องราวร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ, ไม่มีอำนาจเยียวยาผู้เสียหาย , ไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าเป็นกรรมการจริยธรรม, ขาดเงินทุน บุคลากรและความรู้ทางวิชาการในการกำกับ รวมถึงกรรมการจริยธรรมขาดความรู้ การวินิจฉัยที่แม่นยำ เชี่ยวชาญ เพราะอาจด้วยความเกรงใจสมาชิกด้วยกันเอง นอกจากนั้นกรรมการจริยธรรมมีสถานะลูกจ้างขององค์กรสื่อ ทำให้ไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือบริษัท หรือองค์กรได้ และที่สำคัญข้อบังคับจริยธรรมใช้บังคับได้เฉพาะองค์กรสมาชิกเพราะเป็นความสมัครใจ ขณะที่เจ้าของสื่อ นายทุน ไม่ให้ความสำคัญเชิงนโยบายด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาลในองค์กร

          "การกำกับสื่อมวลชนเมืองไทยที่ค่อนข้างมีปัญหา ผมมองว่าเพราะสภาพภูมินิเวศน์ทำให้การกำกับไม่ดี เป็นภาระ วินัยของคนในประเทศหย่อนยานจึงทำให้การกำกับทำไม่ได้จริง ทั้งนี้สื่อไทยที่แบ่งเป็นสื่อของรัฐ จะเน้นเรื่องประชาสัมพันธ์ และ สื่อของธุรกิจที่เน้นรายได้​ และยึดถือกำไร" นายธาม กล่าว

 

"อนุฯสื่อ สปท." เข็นร่างมาตรฐานกลางคนข่าว

"นักข่าวอาวุโส" แนะสร้างสังคมมีระเบียบ ก่อนออกกฎหมายคุมสื่อฯ

          ด้านนายเฉลิมชัย ยอดมาลัย สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวว่าหากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารที่มีสาระ นั้นต้องคำนึงถึงแง่การประกอบธุรกิจด้วย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการออกกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อมวลชนนั้นหากสภาพสังคมไม่เอื้ออำนวยแล้วการจัดระเบียบผ่านกฎหมายนั้นไม่สามารถเกิดประสิทธิภาพได้จริง ยกตัวอย่าง คนไทยที่ปกติทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ แต่เมื่อเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ กลับไม่กล้าทิ้งขยะ เพราะประเทศสิงคโปร์นั้นมีกฎระเบียบที่เข้มงวด อีกทั้งประชาชนในประเทศมีระเบียบวินัยมาก ดังนั้นคนไทยจึงไม่กล้าที่จะทำผิดกฎหมายหรือวินัยในต่างประเทศ

 

อนุฯ สื่อสิ่งพิมพ์ สปท. ยกร่าง ร่างมาตรฐานกลางสื่อฯ รอแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการจัดทำมาตรฐานกลางนั้น ตาม ร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน กำหนดนั้น ระบุสาระสำคัญไว้ว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสภาวิชาชีพ ที่ต้องกำหนดมาตฐานกลางเพื่อพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม  โดยต้องครอบคลุมด้านต่างๆ อาทิ นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย มีความตระหนักผลกระทบต่อบุคคลอื่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน คุ้มครองเยาวชนผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งต้องเลี่ยงการนำเสนอเนื้อที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกลุ่มคนในชาติหรือศาสนา และต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สร้างผลกระทบ เป็นต้น  ทั้งนี้พบว่า อนุ กมธ.ฯ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ได้จัดทำร่างมาตรฐานกลางฯ แล้วและได้นำเสนอเนื้อหาต่อวงสัมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น

 

ร่าง มาตรฐานกลางสื่อฯ ขีด 6กรอบใหญ่ วางแนวปฏิบัติละเอียดยิบ

         สำหรับสาระของร่าง คู่มือมาตรฐานกลางจริยธรรมของสื่อมวลชน ที่ คณะอนุฯ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ สปท. จัดทำและนำเสนอต่อเวทีระดมความเห็นนั้น มีข้อกำหนดด้านต่างๆ ต่อการทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสาร 6 กรอบใหญ่ ซึ่งมีสาระสำคัญเบื้องต้น อาทิ  ด้านความเที่ยงตรงในแหล่งข่าว กำหนดแนวทางปฏิบัติ อาทิ ต้องรายงานสิ่งที่ได้ยินกับหู เห็นกับตาของตัวเองและหาข้อมูลด้วยตนเอง, หลีกเลี่ยงใช้แหล่งข่าวเดี่ยวๆ , ต้องเปิดเผยชื่อจริงและตำแหน่งการทำงานจริง, หากแหล่งข่าวไม่ยอมเปิดเผยชื่อและสถานะ ต้องตรวจสอบหลักฐาน ข้อกล่าวอ้างต่างๆ จนเป็นที่พอใจ ทั้งนี้กรณีที่อาจมีผลกระทบต่อแหล่งข่าวต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

 

วางกรอบรายงานที่เที่ยงตรง ต้องไม่เกินความจริง, เฟ้นแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ

          ด้านความเที่ยงตรงในการรายงานหรือนำเสนอข่าว กำหนดแนวทางปฏิบัติ อาทิ ต้องระวังการแพร่ภาพของผู้ที่ประสบเหตุเพียงบางคนที่สร้างข่าวสารอย่างเกินเลยต่อระดับความเสี่ยงที่แท้จริง, ในรายการที่ต้องถกเถียงต้องเลือกผู้ให้สัมภาษณ์ที่น่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญ และเหมาะสมกับประเด็นนั้นอย่างแท้จริง, ต้องระวังการออกอากาศข่าวที่เป็นข้อกล่าวหาร้ายแรง

 

งดพาดหัวที่สร้างความเสียหาย-เข้าใจผิด ในข่าวอาชญากรรม

          ด้านการนำเสนอข่าวอาชญากรรม กำหนดแนวปฏิบัติ อาทิ การพาดหัว ภาษาข่าวไม่ควรขยายความให้เกิดความเข้าใจผิด เสียหาย ถูกเหยียดหยาม, ด้านการนำเสนอข่าวสารความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ศาสนา ไสยศาสตร์ กำหนดแนวปฏิบัติคือต้องไม่บิดเบือน กีดกันทัศนะ ในรายการเกี่ยวกับศาสนา ไม่ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ หรือผู้มีบุญญาอภินิหารที่ยังมีชีวิตอยู่, การผลิต นำเสนอต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางศาสนา สภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงนำเสนอเนื้อหาที่คุกคามความเชื่อ

 

ห้ามจงใจใส่โฆษณาแฝง-นักข่าวเปิดหน้าต้องเลี่ยงพื้นที่เห็น ชื่อ-ภาพสินค้า

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในร่างมาตรฐานกลางฯ กำหนดกรณีการโฆษณาในรายการ มีแนวปฏิบัติ อาทิ ต้องแยกโฆษณาออกจากเนื้อหารายการให้ชัดเจน ไม่สื่อสารเพื่อสร้างความสับสน, หลีกเลี่ยงการเผยแพร่โฆษณาที่ทำให้เกิดความเชื่อในสิ่งงมงาม, หากเนื้อหารายการใดเป็นโฆษณาแฝงต้องแจ้งให้ผู้ชมทราบว่าเป็นโฆษณา ขณะที่การรายงานข่าวภาคสนาม นักข่าว ผู้สื่อข่าวที่ต้องยืนเปิดหน้ารายการ ด้วยว่า ต้องไม่สวมเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของสินค้าและบริการ รวมถึงต้องไม่ปรากฎภาพหรือข้อความที่เป็นชื่อ สัญลักษณ์ หรือตราสินค้าและบริการในบริเวณสถานที่ที่เปิดหน้ารายการด้วย

 

ห้าม "นักข่าว" เป็นกรรมการในบ.ประชาสัมพันธ์-งดรับของกำนัล

          ด้านการเสนอเนื้อหาที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์และอื่นๆ มีแนวปฏิบัติ อาทิ ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องไม่เป็นกรรมการหรือมีหุ้นในสัดส่วนหรือจำนวนในบริษัทด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีส่วนได้เสียต่อการปฏิบัติหน้าที่, ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่ควรเป็นกรรมการหรือรับผลประโยชน์ในบริษัท หรือธุรกิจอื่นใด ที่มีส่วนได้เสียในทางผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่ควรเกี่ยวข้องกิจการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียในทางศีลธรรมหรือวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ไม่ว่าฐานะเจ้าของหรือกรรมการที่ปรึกษา, ด้านการรับของขวัญ ของรางวัล และสิ่งมีค่าจากแหล่งข่าว กำหนดแนวทาง อาทิ ต้องไม่รับ หรือร้องขอของขวัญ ของแจกจากองค์กรที่จัดงานสังสรรค์ประจำปี, การร่วมงานขอบคุณผู้สื่อข่าว ต้องปฏิเสธก่อนไปร่วมงานว่าจะไม่รับของกำนับมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท ทั้งนี้ต้องใช้วิจารญาณในการส่งผู้ปฏิบัติงานข่าวร่วมงานเลี้ยงสำหรับสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้ขัดต่อข้อบังคับหรือจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

 

"สื่อสังคมออนไลน์" ต้องแจ้งสังกัดองค์กรข่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับการนำเสนอข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ ​กำหนดแนวปฏิบัติ อาทิ ต้องแยกข่าวกับความเห็นออกจากกัน ระวังการย่อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือบิดเบือน, กรณีเผยแพร่ข้อความ ภาพ วิดีโอ กราฟฟิก ที่นำมาจากอินเตอร์เน็ต หรือของประชาชน ต้องได้รับอนุญาตและยินยอมจากเจ้าของ กรณีมีความผิดพลาดต้องแก้ปัญหาของข้อความทันที พร้อมขอโทษต่อบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงให้โอกาสผู้เสียหายชี้แจงข้อมูลข่าวสารในด้านของตนด้วย, แอดมินสื่อสังคมออนไลน์ต้องแสดงข้อมูลที่ชัดเจนในหน้าข้อมูลด้านบัญชี ได้แก่ องค์กรสื่อมวลชนที่สังกัด.