ข่าว

อภิสิทธิ์ยันรบ.ชุดนี้เคารพสิทธิเสรีภาพสื่อเป็นสำคัญ

อภิสิทธิ์ยันรบ.ชุดนี้เคารพสิทธิเสรีภาพสื่อเป็นสำคัญ

14 ก.ย. 2552

" นายกฯ " อ้อนขอบคุณสื่อฯที่ให้โอกาสรัฐบาลทำง่านมาตลอด 9 เดือน พร้อมระบุรบ.ชุดนี้เคารพสิทธิเสรีภาพ และยอมรับต้องพึ่งกันซึ่งและกัน แนะขอให้ยึดมั่นจรรยาบรรณ

 (14ก.ย.) เมื่อเวลา 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์และข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชนประจำปี 2552 ซึ่งจัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีภาคเอกชนให้การสนับสนันจำนวนมาก ที่โรงแรมเจ้าพระยา ถ.รัชดาภิเษก โดยมีการจัดการเตรียมการแสดง และอาหารให้กับสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างพร้อมพรั่ง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวบนเวทีว่า ความจริงแล้วนักการเมืองกับสื่อมวลชน มีความสัมพันธ์กันแบบแยกกันไม่ออก และนักการเมืองจะทำงานไม่ได้ต่อให้มีความสามารถ หรือมีความพยายามมากแค่ไหน หากไม่มีสื่อมวลชน เพราะการทำงานของนักการเมืองต้องอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ดังนั้นต้องใช้กลไกสื่อเป็นส่วนสำคัญ แต่ก็สลับกัน สื่อมวลชนเองก็ไม่มีนักการเมืองไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็ทำข่าวไม่ได้ เพราะในที่สุดนักการเมืองก็จะเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่อบ้านเมือง ฉะนั้นสื่อกับนักการเมืองจึงแยกกันไม่ออก ต้องพึ่งพากัน

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อกับนักการเมืองมีการประทบกระทั่งกันบ้าง มีการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ถึงกันอยู่ตลอดเวลา ใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องรับการตรวจสอบหรือการวิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าไม่ว่าสื่อมวลชนจะมีความสัมพันธ์ในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร แต่รัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของสื่อเป็นสำคัญ แม้บางครั้งจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง

 “การทำงานของรัฐบาลใน 9 เดือนเศษที่ผ่านมาก็ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน เพราะ 9 เดือนของรัฐบาลเป็นช่วงที่มีปัญหา ผ่านเหตุการณ์สลับซับซ้อนยุ่งยากพอสมควร แต่สื่อมวลชนหลายคนก็แสดงถึงไมตรีจิตต่อรัฐบาลจึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงความขอบคุณสื่อมวลชน แต่การทำงานของสื่อมวลชนจะต้องยึดมั่นจรรยาบรรณคุณธรรมและวิชาชีพ แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานด้านสื่อมวลชนเองก็เป็นเรื่องของธุรกิจ แต่การทำงานตรงนี้ต้องตรงไปตรงมา โดยมีจิตวิญญาณในวิชาชีพของท่าน ที่จะพัฒนาตัวเองและเป็นสร้างบรรทัดฐานของสังคมที่เป็นประชาธิปไตย”นายกฯ กล่าว