ข่าว

แม้วชี้รบ.มาจากทหาร19ก.ย.ไม่มีปฎิวัติ

แม้วชี้รบ.มาจากทหาร19ก.ย.ไม่มีปฎิวัติ

14 ก.ย. 2552

"ทักษิณ"อ้อนกลางงานเลี้ยงตีกล์อฟขอเด็กในคาถาให้ยิ้มสู้อดทนและรอ ระบุปัญหาของประเทศจะต้องจบด้วยการพูดความจริง ชี้นปช.ชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์การต่อต้านปฎิวัติเท่านั้น ระบุรรัฐบาลชุดนี้ไม่ถูกทำปฎิวัติแน่ ยกเหตุมาจากค่ายทหาร

�(14ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างงานเลี้ยงภายหลังการแข่งขันกอล์ฟ 111 + 109 + 37 เพื่อไทยว่า นายสมพงษ์ อมรวิมวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนกล่าวบนเวทีว่า การแข่งขันกอล์ฟครั้งที่ผ่านมาและในครั้งนี้ก็เหมือนกับ เป็นการประชุมส.ส. และอดีตส.ส.ของพรรคไปในตัว ครั้งต่อไปอาจจะในเดือนพฤศจิกายน และอาจจะไปจัดที่ต่างจังหวัด และคาดว่าต่อไปจะมีผู้ใหญ่เข้ามร่วมงานมากขึ้น ซึ่งคราวนี้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มีความตั้งใจจะมาร่วมงานด้วย แต่ติดภาระกิจอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในครั้งหน้าพล.อ.ชวลิต รับปากว่าจะมาร่วมงานอย่างแน่นอน ส่วนนายเสนาะ เทียนทอง หัวพรรคประชาราชนั้น เราก็ทราบหกันว่าว่าป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

�ต่อมาเวลา 18.50 น. นายสุรชัย เบ้าจรรณยา ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้พยายามใช้โทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อต่อสายไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้โฟนอินเข้ามายังภายในงานเลี้ยง แต่มีปัญหาทางด้านเทนิคไม่สามารถเปิดสายผ่านลำโพงได้ จึงทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ใช้โทรศัพท์ของตนเองเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินแทน

�สำหรับเนื้อหาการโฟนอินในครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า " ดีใจที่ทราบว่าเพื่อนๆ มีกิจกรรมร่วมกัน และได้มาพบปะพูดคุยกัน ซึ่งกิจกรรมอย่างนี้ก็ได้ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สำหรับตนที่อยู่ที่นี่ไม่สามารถจะตีกอล์ฟได้ เพราะอากาศมันร้อน อย่างไรก็ตามการมารวมกันของพวกเราอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เห็นพวกเราทุกคนจะต้องอดทน กล้ายิ้มรับความไม่ยุติธรรม แม้ว่าจะมีคนที่โกหกที่สุดในโลกมาโกหกอย่างไรก็หนีความจริงไม่ได้ พวกเราจะต้องยิ้มรับ และสู้กับความไม่ยุติธรรมไปอีกระยะ คาดการณ์ได้เลยว่าการต่อสู้จะต้องเอาชนะกันด้วยความจริง ไม่ใช่การเอาชนะคะคาน ซึ่งหากทำได้ในประเทศก็จะสดใสด้วยความจริง วันนี้ทราบว่ามาว่ามีสื่อมมาร่วมงานด้วย ซึ่งก็อยากจะฝากไปยังสื่อว่า สื่อจะต้องมีความเป็นกลาง คนที่ปิดหูปิดตาสื่อก็จะอยู่ได้ไม่นาน และไม่จีรัง หวังว่าสื่อจะยึดเอาความจริงเป็นหลัก เมื่อไม่นานมานี้มีคนบอกว่าไม่อยากดูทีวี เพราะไม่เป็นกลาง ซึ่งตนเองนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรเพราะไม่ได้ดู

�พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าสื่อควรจะทำหน้าที่ด้วยอุดมการณ์ และวางตัวเป็นกลาง ซึ่งเข้าใจว่าสื่อในแต่ละสำนัก อาจจะมีผู้ที่มีอิทธิพลอยู่ จึงทำให้การเสนอข่าวอย่างไม่เป็นกลาง ตนอยากจะให้ทุกคนยึดความจริงเป็นที่ตั้งหากรักษาประเทศไทย ซึ่งหวังว่าความจริงก็จะชนะสักวันหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ชัยชนะของเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง เพื่อไทย หรือ ประชาธิปัตย์ แต่เป็นการชนะด้วยความจริง และถ้าความจริงชนะ ความยุติธรรมก็จะชนะด้วย หากความจริงปรากฎประเทศก็จะเกิดความสันติสุข และควรระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย เพราะอำนาจของประเทศคือเสียงคนส่วนใหญ่ที่มาจากประชาชน

�ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า ภายหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินเสร็จสิ้น ก็ได้ฝากถามผ่านไปยังนายสมชายว่า จะมีสื่อต้องการอยากจะถามอะไรหรือไม่ แต่ก็พูดติดตลกว่า ไม่รู้ว่าจะเหมือนกรณีของนายจอม เพชรประทับ หรือไม่

�ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรกับการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนปช.ในวันที่ 19 ก.ย. นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวเป็นการวันครบ 3 ปีในการทำรัฐประหาร ซึ่งตนเข้าใจว่ากลุ่มคนเสื้อแดงคงจะชุมนุมกันในเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำปฎิวัติ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้คุยกับใครเลย และเห็นว่าในส่วนของรัฐบาล ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะรัฐบลมาจากค่ายทหาร ไม่ต้องการกลัวว่าจะมีการปฎิบัติ ซึ่งมาตรงนี้นายสมชายได้ตัดบทว่าให้ถามคำถามเดียวพอ�

เขียนทวิตเตอร์ไม่สนโหรทำนาย

�และวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ� ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน หลังจากที่มีนักโหราศาสตร์ทำนายดวงว่า วาระสุดท้ายของบั้นปลายชีวิตไม่เหลืออะไรเลย เหมือนพ่อ ผิดกับดวงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังได้เป็นนายกฯ ลากยาวไปถึงปีหน้า ว่า "โหรมีสองประเภทครับ คือโหร กับโหน ผมไม่ได้ติดตามเลยไม่ทราบว่า เป็นอันไหนแน่ ทุกวิชาชีพถ้าจะให้เป็นที่เคารพ ต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพนั้นๆ"

บอกอโหสิกรรมหวังพ้นบ่วงกรรม

�พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวในทวิตเตอร์อีกว่า การเมืองอ่อนแอ มีการต่อรองตลอดเวลา รัฐบาลประชาธิปัตย์ทุกรอบ จะโชว์วาทะ และความจัดเจนในการเมืองมากกว่าความสามารถในการบริหารบ้านเมือง "ผมอโหสิกรรมให้ทุกคนมานานแล้วครับ กรรมใครกรรมมันต่างก็ต้องชดใช้กันเอง ถ้าเราไปเคียดแค้นกัน ก็จะติดบ่วงกรรมกันไปไม่รู้จักจบสิ้น"