
หมายจับ3จำเลยร่วมนักรบศรีวิชัยบุกยึดเอ็นบีที
ศาลสั่งออกหมายจับ 3 จำเลยร่วมนักรบศรีวิชัยการ์ดพันธมิตร ฯ บุกยึดเอ็นบีที หลังไม่มาพิจารณาคดีนัดตรวจหลักฐาน ขณะที่ทนายจำเลยร่วมอีก 79 คน ร้องศาลขอสืบพยานลับหลัง ศาลไม่อนุญาตหลังอัยการค้านอ้างสืบพยาน 18 นัดแรก ต้องให้พยานชี้ตัว ขณะที่อัยการแถลงขอนำสืบพย
(14ก.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 14.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันสืบพยานในคดีหมายเลขดำ อ.4486/2551 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธเนศร์ คำชุม กับพวกที่เป็นนักรบศรีวิชัย การ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวม 82 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยร่วมกันบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน ทำให้เสียทรัพย์ และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92, 210, 215, 309, 358, 364, 365 และ 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2535 กรณีระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค.51 จำเลยทั้งหมดร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอาคารสำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์ เอ็น บี ที โดยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 7.62 มม. และอาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 โดยไม่ได้รับอนุญาต
วันนี้ จำเลย 79 คน เดินทางมาศาล ส่วนนายธนพัฒน์ วิไลภรณ์ จำเลยที่ 12 , นายศุภชัย สมทอง จำเลยที่ 28 และนายมานิตย์ อรรถรัฐ จำเลยที่42 ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยทนายจำเลย แถลงว่า นายธนพัฒน์ จำเลยที่ 12 ถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นายศุภชัย จำเลยที่ 28 ได้รับหมายเกณฑ์เป็นทหารและถูกส่งตัวไปช่วยราชการที่ จ.นราธิวาส ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนนายมานิตย์ จำเลยที่ 42 ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดตรัง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในส่วนของนายธนพัฒน์ จำเลยที่ 12 ศาลได้หมายเรียกไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี แต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงไม่ทราบว่าจำเลยได้รับการปล่อยตัวแล้วหรือไม่ ส่วนข้ออ้างของนายศุภชัย จำเลยที่ 28 และ นายมานิตย์ จำเลยที่ 42 นั้นเป็นเพียงแค่คำบอกเล่าของเพื่อนจำเลย ไม่มีเอกสารหลักฐาน หรือใบรับรองแพทย์ยืนยัน กรณีจึงมีเหตุให้สงสัยว่าจำเลยที่ 12 ,28 และ42 อาจหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกัน
ต่อมาศาลจึงให้อัยการ และทนายความจำเลยทั้ง 79 คน ตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งอัยการโจทก์ แถลงขอนำสืบพยานรวม 200 ปาก ประกอบด้วยผู้สื่อข่าว และพนักงานสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม โดยใช้เวลาพิจารณารวม 36 นัด ส่วนทนายจำเลยทั้ง 79 คน ขอสืบพยาน 115 ปาก ใช้เวลา 15 นัด โดยฝ่ายจำเลยขอให้ศาลสืบพยานลับหลังด้วย เนื่องจากจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด และมีภารกิจต้องประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
ศาลสอบถามคู่ความแล้ว อัยการโจทก์แถลงค้านว่า ในการสืบพยานโจทก์ช่วงแรก พยานส่วนใหญ่เป็นประจักษ์พยานที่จะต้องชี้ตัวจำเลย ศาลพิจารณาแล้วจึงยังไม่อนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยในช่วงการสืบพยานโจทก์ 18 นัดแรก แต่หลังสืบพยานโจทก์ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลังเข้ามาอีกครั้ง ทั้งนี้สำหรับวันนัดสืบพยานนั้น ศาลให้เริ่มสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 2 ก.ย.2553 เวลา 09.00 น.



