ข่าว

วุฒิสภาผ่านงบปี53เอกฉันท์อภิสิทธิ์ขอบคุณ

วุฒิสภาผ่านงบปี53เอกฉันท์อภิสิทธิ์ขอบคุณ

14 ก.ย. 2552

ถกงบ 53 วุฒิกร่อย “ตรึงใจ” ซัดรัฐบาล จัดงบแพง สร้างส้วม ตก หลังละ 3 แสน ถนนลาดยาง กม.ละ 4 ล้านบาท ด้านรมว.คลัง ยัน แผนไทยเข้มแข็ง ทำศก.ฟื้นแน่ ขณะที่ ”ตวง” ส.ว. ซัด รบ.แก้ปัญหาการพิทักษ์สถาบันยังไม่ได้ ส.ว. นามสกุลเดียวกับ”บิ๊กป้อม”แนะ รัฐทุมงบพัฒนาแหล่งท

(14ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมพิจาณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2553 ในช่วงบ่าย ส.ว.ได้ผลัดเปลี่ยนกันอภิปราย บรรยากาศการประชุมไม่คึกคัก โดยส่วนใหญ่ ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องงบรายจ่ายลงทุนมีน้อย แต่ไปอยู่ในส่วนเงินกู้ ทำให้ตรวจสอบยาก นอกจากนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพ แต่มีการเร่งเบิกจ่ายช่วงใกล้หมดปีงบประมาณ นอกจากนี้ การจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ยังมีความซ้ำซ้อน รวมถึงไม่มีแผนการบูรณาการที่ชัดเจน รวมถึงเม็ดเงินที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ราคาพืชผลการเกษตรที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังกลับจัดให้น้อยอยู่ และปัญหาสินเชื่อที่จะจัดให้รายย่อยอาจไม่คล่องตัว การจัดงบเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ คิดเป็นร้อยละ 29 จำนวน 5 แสนกว่าล้านบาท ทั้งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ประเทศก้าวหน้า

 นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ  ส.ว.สรรหา  กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 167 บัญญัติให้เอกสารงบประมาณ ต้องมีรายละเอียดของโครงการชัดเจน แต่เอกสารที่ส่งมา กลับไม่ปรากฏ และเงินที่ปรับเพิ่ม 2.2 หมื่นล้านบาท ก็ไม่มีรายละเอียด จึงขอให้ครม.ตอบให้ชัด ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วก็คิดว่า วุฒิสภาต้องให้ผ่านเสมอ เช่นนั้นรัฐบาลจะทำงานไม่ได้ วิธีทำงบประมาณที่ทำกันมาแบบนี้ตลอด เป็นเรื่องไม่โปร่งใส เพราะส.ว.ตรวจสอบไม่ได้ และขอให้รัฐบาลสนใจมาตอบ เพราะเมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับงบเข้าวุฒิสภาทีไร รัฐบาลไม่ค่อยสนใจ ต่างกับรัฐบาลที่แล้ว

 นางตรึงใจ บูรณสมภพ  ส.ว.สรรหา  กล่าวว่า รายการปรับเพิ่มจำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท หลายโครงการ ราคาสูงมาก เช่น กระทรวงคมนาคม ในส่วนการสร้างถนนลาดยาง รายการปีเดียว 800 กิโลเมตร ของกรมทางหลวงชนบทจำนวน 3.21 พันล้านบาท เฉลี่ยตก 1 กิโลเมตรละ 4 ล้านบาท หรือ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ของบสร้างอาคารสพฐ.4 หรือส้วมนั่งยอง ๆ 4 ที่นั่ง 7 พันหลัง 2.46 พันล้านบาท ตก หลังละ 3 แสนกว่าบาท ถือว่า สูงมาก ไม่รู้ว่าตั้งงบแบบนี้ได้อย่างไร

 นายกรณ์  จาติกวณิช  รมว.คลัง  ชี้แจงว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 53 และเงินกู้ 8 แสนล้านบาท สำหรับแผนไทยเข้มแข็ง มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้รัฐบาลมีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในส่วนพ.ร.ก.จะเบิกจ่ายได้เดือนหน้า ส่วนร่างพ.ร.บ.กู้เงิน กำลังอยู่ในชั้นวุฒิสภา ส่วนรัฐวิสาหกิจ เม็ดเงินมาจากการลงทุนของตนเอง เช่นเดียวกับการลงทุนอื่น ๆ รวม 1.43 ล้านล้านบาท ส่วนการลงทุนของปตท. เป็นการใช้เม็ดเงินของรัฐวิสาหกิจของตนเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนไทยเข้มแข็ง ส่วนเงินคงคลัง มีเกือบ 3 แสนล้านบาท ถือว่า มีจำนวนมาก สิ้นปีงบประมาณ จะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท เท่ากับต้นปีงบประมาณ 52 ฉะนั้นถือว่า มั่นคง สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่มีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งการใช้งบประมาณจำนวนนี้ทั้งหมด มีความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมามีสภาพคล่องตัว

 นายตวง  อันทะไชย  ส.ว.สรรหา  กล่าวว่า เรื่องการพิทักษ์สถาบัน จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้ เพราะกระบวนการมีความซับซ้อน รัฐควรให้ภาคทางสังคมเข้ามาช่วย อย่างเรื่องเวปไซต์ พูดกันมาตั้งแต่ปี 51 จนถึงขณะนี้ก็ยังจัดการไม่ได้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีปัญญาจะแก้ไข จึงขอฝากไปยังนายกฯ ว่า สถาบันเป็นฟางเส้นสุดท้ายของสังคม ถ้ารัฐบาลปกป้องไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ส่วนเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายการแก้ไขใหม่ เพราะที่ผ่านมาแก้ไม่ได้เลย งบประมาณที่ลงไป ถ้าคิดเฉลี่ยหัวละ 1 แสนบาท ถ้าแจกเลย จะถึงประชาชน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ งบไม่ลงไปถึงประชาชน ถามว่ารัฐบาลจะประเมินการใช้งบในปัจจุบันอย่างไร รวมถึง งบที่ลงไปเป็นเบี้ยหัวแตก เพราะทำกันหลายกระทรวง จึงไม่สามารถแก้ได้ รัฐบาลยืนยันว่า ทำมาถูกทาง ถามว่า ถูกทางของใคร เหตุการณ์รุนแรงเกิดไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากนี้ รัฐบาลต้องปฏิรูปการศึกษา ให้เป็นเรื่องของผู้เรียน ไม่ใช่เรื่องของครู หรือเรื่องของกระทรวง เหมือนที่ผ่านมา

 นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ ส.ว.ลพบุรี อภิปรายว่า ในฐานะที่มีนามสกุลเดียวกับรมว.กลาโหม ขอพูดเกี่ยวกับงบในส่วนของทหารในด้านการท่องเที่ยว โดยมีผลวิจัยระบุว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวคือเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในหน่วยทหารของทั้ง กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มีแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความงามและศึกษาประวัติศาสตร์มาก แต่กลับมีการจัดงบด้านการท่องเที่ยวให้หน่วยทหารรวมกันเพียงแค่ 10 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณทั้งหมดจำนวน 1.5 แสนล้านบาท เทียบได้แค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรัฐบาลได้ประกาศให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ ตนขอเสนอให้มีการจัดงบประมาณเพิ่มเติมให้จำนวน 200-300 ล้านบาท กับหน่วยท่องเที่ยวของทหาร

วุฒิสภาผ่านงบปี53เอกฉันท์อภิสิทธิ์ขอบคุณ

 (14ก.ย.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมในช่วงค่ำ ได้มีรัฐมนตรี เข้ามาร่วมฟังส.ว.อภิปรายอย่างพร้อมเพรียง โดยหลังจากส.ว.ได้อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 เสร็จสิ้นใช้เวลานานกว่า 11 ชั่วโมง เมื่อเวลา 21.15 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณส.ว. และยืนยันว่า จะใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการรั่วไหล และรับฟังข้อสังเกตของส.ว.ไปปรับปรุงการดำเนินงาน และอยากให้ช่วยตรวจสอบที่เวบไซต์ไทยเข้มแข็ง ที่ทำโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งมีรายละเอียดการใช้เม็ดเงินทุกโครงการ

 จากนั้นเป็นการลงมติ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ด้วยคะแนน 109 งดออกเสียง 5 เสียง รวมถึงเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 53 ของวุฒิสภา

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ขอบคุณส.ว. ที่ได้พิจารณาเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 53 ซึ่งตนเข้าใจดีว่า เป็นการพิจารณาภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติ มีข้อจำกัดมากมาย จากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ต้องปรับลดการประมาณการรายได้และรายจ่ายของส่วนราชการต่างๆ แต่ขอยืนยันว่า งบประมาณปี 53 จะเป็นเครื่องมือควบคู่ไปกับงบประมาณโครงการไทยแข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลจะได้นำเงินเพื่อไปลงทุนระยะยาว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ส่วนข้อสังเกต คำแนะนำต่างๆ รัฐบาลก็จะรับไปพิจารณาเพื่อดำเนินการ หากมีข้อขัดข้องประการใด ก็พร้อมชี้แจงผ่านกระบวนการของวุฒิสภาและกระบวนการอื่นๆต่อไป ขอให้ความมั่นใจว่า งบประมาณที่สภาอนุมัติ จะนำไปใช้จ่ายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และโปร่งใส และให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ จากนั้นประธานในที่ประชุมจึงสั่งปิดประชุมเวลา 21.30 น.