
ผู้ว่าฯยกไม้พะยูงล้มทับบ้านเป็นกรณีศึกษา-เร่งเยียวยา
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์นำถุงยังชีพมอบให้ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุไม้พะยูงล้มทับบ้านนาน3เดือนเร่งช่วยเหลือซ่อมแซมเพื่อให้สามารถเข้าอาศัยได้เหมือนเดิม
27 มิ.ย.60 จากกรณีไม้พะยูงล้มทับบ้านชาวบ้านใน ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับความเสียหาย เจ้าของบ้านประสานหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือนาน 3 เดือนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับความเดือดร้อนต้องไปอาศัยอยู่กับลูก เนื่องจากไม่กล้าตัดไม้ที่กีดขวาง เพราะกลัวผิดกฎหมาย
นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากกรณีต้นไม้พะยูงล้มทับบ้านของนางหนึ่งฤทัย สารภัคดี อายุ 51 ปี เลขที่ 101 หมู่ 4 ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา พร้อมติดตามความเรียบร้อยและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนอย่างใกล้ชิดภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ยางตลาด ได้ตัดต้นไม้พะยูงที่ล้มทับและขนไม้พะยูงออกจากบ้านไปแล้วโดยระหว่างนี้เป็นการช่วยเหลือในส่วนของการซ่อมแซมบ้านที่กำชับจะต้องทำอย่างเร่งด่วน
นายสุวิทย์ กล่าวว่าจากการที่ได้สอบถามปัญหากับนางหนึ่งฤทัย และแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอยกให้เป็นกรณีศึกษา ที่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ให้บูรณาการความช่วยเหลือและเร่งแก้ไข ผู้นำชุนชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ ต้องเอาใจใส่ดูแล เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน อย่าปล่อยให้ชาวบ้านรู้สึกเดียวดาย และเผชิญปัญหาตามลำพัง จนเกิดอุปสรรคอย่างกรณีนี้ที่ความช่วยเหลือมาถึงช้ามาก
“ในส่วนของการติดตามเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน และสิทธิ์ในการครอบครองไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามนั้น ได้มอบหมายให้ผู้นำชุมชน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ ช่วยประสานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งที่ดินแปลงนี้ยังติดจำนองอยู่เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับเจ้าของบ้านโดยเร็วและให้ความกระจ่างกับทั้งเจ้าของบ้านและส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้สังคมกำลังจับตามองว่าจะหาข้อยุติอย่างไร”นายสุวิทย์ กล่าว
ด้านนางหนึ่งฤทัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม้พะยูงล้มทับบ้าน รู้สึกหวาดกลัวอันตรายจากถูกไม้ทับเสียชีวิตยังไม่พอ ยังมารู้สึกกลัวความผิด เนื่องจากรู้ว่าไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้าม ถ้าไปตัดหรือเคลื่อนย้ายจะถูกจับจึงไม่กล้าจะทำการใดๆ นอกจากไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากโฉนดที่ดินติดภาระจำนอง และเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไปติดต่อกับหน่วยงานราชการไม่สะดวก จึงไม่ได้ติดตามผลและเกิดเป็นเรื่องราว
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งในส่วนของการเก็บกู้ไม้พะยูงออกจากการทับหลังคาบ้าน ช่วยซ่อมแซมบ้านให้ใหม่ และกำลังใจจากหลายๆ ฝ่าย ส่วนการที่จะนำเอกสารที่ดินมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไม้พะยูง หรือจะจัดการอย่างไรกับไม้พะยูงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำไปเก็บรักษานั้น ก็ขึ้นอยู่กับระเบียบที่ทางราชการจะดำเนินการตนขอเพียงให้ได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังเดิมก็มีความสุขแล้ว



