ข่าว

แท็กซี่พลเมืองดีเก็บเงินแสนคืนนักท่องเที่ยว

แท็กซี่พลเมืองดีเก็บเงินแสนคืนนักท่องเที่ยว

14 ก.ย. 2552

 เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 ก.ย.52 นายมนูญ ไชยเสน อายุ 37 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ สีฟ้า-แดง หมายเลขทะเบียน ทพ 3585 กทม.ได้เดินทางไปที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.เพื่อนำทรัพย์สินประกอบด้วย กระเป๋าสตางค์และเงินสดจำนวน 4,380 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยจำนวน 149,000 บาท ส่งคืนให้แก่นายอับดุล ราฮิม ยูเซฟซาเดท อายุ 28 ปี และนางมารอน ดูริค สองสามีภรรยาซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิหร่าน ที่ลืมทรัพย์สินดังกล่าวไว้บนรถแท็กซี่ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

 นายมนูญ กล่าวว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้จอดรถรับนายอับดุล ราฮิมฯ และภรรยา กับเพื่อนๆ รวม 4 คน ที่โรงแรมอิสตัน ถนนเพชรบุรี เพื่อไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย จากนั้นตนก็ขับรถตระเวนหาผู้โดยสารไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหันไปพบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลหล่นอยู่ที่เบาะหลัง เมื่อหยิบขึ้นมาตรวจสอบภายในพบธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์อยู่เป็นปึก จึงแน่ใจว่าต้องเป็นของผู้โดยสารต่างชาติที่เพิ่งลงจากรถตนไปแน่นอน จึงตัดสินใจนำกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวพร้อมเงินสดทั้งหมดเข้ามาฝากไว้ที่ สวพ.FM 91 เพื่อให้ทางสถานีฯ ช่วยประชาสัมพันธ์ติดตามหาเจ้าของ

 “สำหรับเงินสด จำนวน 4,380 ดอลลาร์ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ทำหล่นไว้เป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ผมไม่ได้คิดอยากได้มาเก็บไว้เป็นของตัวเอง เพราะรู้ดีว่าผมต้องขับรถแท็กซี่นานหลายปีกว่าจะเก็บเงินได้จำนวนมากขนาดนี้ ทุกวันนี้ผมต้องออกขับรถตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.ไม่เว้นวันหยุดเพื่อเก็บออมเงินไว้ต่อภาษีและประกันภัยรถ จำนวน 15,000 บาทจึงคิดว่าเงินสดของนักท่องเที่ยวย่อมมีค่า ที่สำคัญตนอยากใช้เงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมากกว่า” นายมนูญ กล่าว

 ทันทีที่ นายอับดุล ราฮิมฯ ได้รับทรัพย์สินคืนก็แสดงความดีใจด้วยการหอมแก้ม นายมนูญ พร้อมกับมอบเงินสด จำนวน 400 ดอลลาร์ ให้กับนายมนูญ เพื่อเป็นสินน้ำใจ โดยนายอับดุล ราฮิมฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านล่ามว่า ตนพร้อมภรรยา และเพื่อนรวม 4 คน เพิ่งเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในวันที่ใช้บริการรถแท็กซี่ของนายมนูญ นั้นตนตั้งใจว่าจะไปหาซื้ออะไหล่รถจักรยานยนต์ย่านสะพานควาย แต่พอทราบว่ากระเป๋าสตางค์หายก็หมดหวังคิดว่าถูกโจรล้วงเอาไป คงไม่ได้คืนแล้วเลยไม่ได้แจ้งความ จนกระทั่งมีล่ามชาวไทยที่ดูแลพวกตนมาแจ้งให้ทราบว่า นายมนูญ เก็บกระเป๋าสตาค์เอาไว้ให้จึงรีบเดินทางมารับคืนดังกล่าว