
วุฒิดันรัฐออกกฎเหล็กคุมเหล้าปั่นรอบมหาวิทยาลัย
กมธ.วุฒิฯดันรัฐออกกฎเหล็กคุมเหล้าปั่นเอาจริงปราบร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย นักวิชาการ เปิดข้อมูลโจ๋ม.5-ปวช.2 ซดเหล้ามากสุด 15-24 ขวบ สถิติพุ่ง 21 เปอร์เซ็นต์ ชี้เด็กไทยยังดื่มเบียร์หนักมากสุดปีละ 367 ขวดใหญ่ต่อคน
(14ก.ย.) คณะกรรมาธิการการศึกษาวุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา มูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาวและเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “จากร้านเหล้ารอบสถานศึกษาถึงปัญหาเหล้าปั่น มาตรการแก้ไขที่ยั่งยืน”โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนาเป็นจำนวนมาก
น.พ.ทักษพล ธรรมรังสี ผ.อ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า จากผลงานวิจัยหัวข้อเยาวชนกับสุราปัญหาไม่รู้จบมีข้อมูลหลายส่วนที่เปิดเผยแล้วหลายท่านอาจตกใจ ส่วนแรกคือสถานการณ์การบริโภคพฤติกรรมการดื่มสุราของเยาวชน อายุ ระหว่าง 15 -24 พบว่าเพิ่มมากขึ้น 21.9 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของร้านจำหน่ายสุรา ใกล้สถาบันการศึกษาในกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นกว่า 1,712 ร้าน
ทั้งนี้เยาวชนที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดคือเยาวชนที่อยู่ในช่วงม.5 และ ปวช. 2 และข้อมูลที่น่าตกใจอีกเรื่องเยาวชนผู้ชายจำนวน 40.4 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าดื่มเหล้าจนเมาทุก 30 วัน ดังนั้นแทบจะกล่าวได้ว่าสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเยาวชนไทยตกอยู่ในสภาวะวิกฤติหนัก เพราะหากหากเทียบเป็นเบียร์แล้วพบว่าวัยรุ่นชายอายุ 12-19 ปี ดื่มเบียร์เฉลี่ยครั้งละ3.8 ขวดใหญ่ รวมปีละ 367 ขวด ขณะที่วัยรุ่นหญิงดื่มเบียร์เฉลี่ยครั้งละ 2 ขวดหรือปีละ 92 ขวดใหญ่ และหากเด็กได้เริ่มดื่มแล้วเขาก็จะดื่มอีกเป็นประจำ
ผ.อ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า สำหรับสถานที่ที่เยาวชนใช้ดื่มมากมากที่สุดคือสวนและไร่นา โดยผู้หญิง 39.2 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชาย 46.4 เปอร์เซ็นต์ชอบดื่มแอลกอฮอล์ในสวนและไร่นา เนื่องจากเป็นสถานที่ที่จะหลีกหนีครอบครัวได้ รองลงมาคือหอพัก โดยผู้หญิงและผู้ชาย 33.7 เปอร์เซ็นต์ชอบดื่มสุราในหอพัก ต่อมาคือร้านใกล้โรงเรียน งานเลี้ยงรื่นเริง งานโรงเรียน และบาร์
สำหรับการเข้าถึงสุราของเยาวชนไทยนั้นพบว่า 25 .6 เปอร์เซ็นต์ได้สุรามาจากคนอื่นที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และอีก 20.9 เปอร์เซ็นต์ได้สุรามาโดยซื้อเองแล้วไม่มีการตรวจบัตร นอกจากนั้นเยาวชนไทยยังเข้าถึงสุราได้โดยการซื้อโดยใช้บัตรคนอื่น
“ปัจจัยที่มีผลต่อการดื่มของเยาวชนคือทัศนคติของสังคม การเข้าถึงเครื่องดื่ม แรงสนับสนุนของการดื่ม การดื่มของคนในครอบครัว การดื่มของตนเอง ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรณรงค์ให้ไม่มีการโฆษณาโดยสิ้นเชิงพร้อมให้เก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในราคาที่สูงเป็นพิเศษ ”น.พ.ทักษพล
น.ส.จิราภรณ์ กมลรังสรรค์ ตัวแทนนักศึกษา ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์รู้ทันแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ขณะนี้รอบ ๆ สถานศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัย กลายเป็นศูนย์รวมธุรกิจที่จะเข้าไปดูดเงินนักศึกษา ไม่ว่ามหาวิทยาลัยไปตั้งอยู่ตรงไหนร้านเหล้าก็จะตามไปทุกที่ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้เหล้าปั่นกลายเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ระบาดหนักในหมู่เยาวชนโดยที่พ่อแม่ไม่รู้เลยว่าถุงน้ำหวานที่ลูกถืออยู่นั้นแท้จริงแล้วคือเหล้าปั่น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนในวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้เตรียมการใช้ประโยชน์จากพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบังคับใช้กับปัญหาเหล้าปั่นและปัญหาแอลกอฮอล์ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้
“สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปอีกคือวันที่ 21 ก.ย. 2552 ที่จะถึงนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนกว่า 50 คนหลากหลายองค์กรเข้าพบเพื่อนำเสนอปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษาและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพวกเราเยาวชนได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษามอบเป็นของขวัญให้กับเยาวชนเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติปีนี้”น.ส.จิราภรณ์ กล่าวา
นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช ประธานกมธ.การศึกษา วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นกมธ.ขอสนับสนุนการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฉบับคือการควบคุมเหล้าปั่นและควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ. 2551 ให้นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยมีข้อสังเกตว่า ในกรณีการจัดโซนนิ่งร้านเหล้าแล้วเปิดโอกาสให้มีความยืดหยุ่น โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด โดยใช้ดุลยพินิจร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษานั้น โดยหลักการแล้วไม่ควรมอบอำนาจแบบนี้ให้คนคนเดียว เพราะอาจเกิดความไม่โปร่งใสและเป็นช่องว่างในการหาประโยชน์ได้
นายสิริวัฒน์ กล่าวว่า กมธ.เรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายฯ เร่งประชุมพิจารณามาตรการนี้เป็นการด่วนเพื่อยุติปัญหาและปกป้องเยาวชน เพราะในแต่ละปีเรามีนักดื่มหน้าใหม่มากถึง 260,000 คน และอายุก็น้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งจากงานวิจัยเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม้แต่เด็กประถมชั้นปีที่ 2-6 จำนวน 1,583 ตัวอย่างพบว่ากว่าร้อยละ 43 เคยลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้อยละ 65 เคยไปซื้อ นั่นแสดงว่าการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ยังเกิดขึ้นอยู่ทั่วไป ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก
“สำหรับประเด็นการออกใบอนุญาตขายเหล้าของสรรพสามิต กรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภาจะเสนอเรื่องไปยังกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจการคลังของวุฒิสภา ให้พิจารณาศึกษาแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตสุราและการขายสุราว่าจะมีข้อกำหนดในการป้องกันปัญหานี้หรือไม่อย่างไร”นายสิริวัฒน์กล่าว
นายสิริวัฒน์ การเสวนาในครั้งนี้กมธ.ได้แนวทางในการดำเนินการ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1. การยื่นกระทู้ถามสดคณะรัฐมนตรีในกรณีการจัดการปัญหาเรื่องเหล้าปั่นว่ารัฐบาลจะมีแนวทางที่ชัดเจนอย่างไรซึ่งคณะกรรมาธิการได้ยื่นถามกระทู้ในเรื่องนี้และได้รับการบรรจุเป็นวาระเรียบร้อยแล้ว 2. ในกรณีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ถูกนำมาใช้จัดการกับต้นตอของปัญหาอย่างเต็มที่ คณะกรรมาธิการจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางและจะทำหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมสรรพสามิตให้เข้มงวดกวดขันและนำกฎหมายมาปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้อย่างแท้จริง
3. สำหรับร่างประกาศที่ทางเครือข่ายเห็นว่าจำเป็นต้องมีการประกาศเพิ่ม เพื่อหนุนเสริมพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคณะกรรมาธิการจะช่วยดำเนินการในส่วนนี้ให้กับภาคประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงการพูดคุยทุกประเด็นในวันนี้โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นปัญหาตนจะรวบรวมเป็นข้อ ๆ และนำยื่นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ช่วยกันหาทางแก้ไขต่อไป



