ข่าว

กรมขนส่งชี้กรณีรถ"จอย"ไม่ใช่สวมทะเบียน

กรมขนส่งชี้กรณีรถ"จอย"ไม่ใช่สวมทะเบียน

14 ก.ย. 2552

รองผกก.สส.สน.บึงกุ่ม เข้าสอบสวนเจ้าหน้าที่ต่อทะเบียนที่กรมขนส่งทางบก เผยนายหมอติดต่อตำรวจแล้วปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.  นายสมสุข ประภาพิศ ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนพื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก อธิบายถึงกรณีวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสวมทะเบียนรถที่เป็นข่าวคึกโคมของน.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หรือจอย ดารานักแสดงชื่อดังว่า รถยาริสคันที่ถูกจับกุมได้ใช้ป้ายทะเบียนปอม ซึ่งได้ว่าจ้างให้คนอื่นทำไม่ได้เกิดจากการออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากรถคันดังกล่าว เป็นรถหนีไฟแนนซ์ หรือไม่ก็เกิดจากการลักขโมยโจรกรรม แล้วขายทอดตามตลาดมืดหรือในบ่อนมานาน เมื่อรถคันดังกล่าวถูกนำมาใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ได้ถอดทะเบียนเดิมซึ่งเป็นทะเบียนของจังหวัดภูเก็ตออก แล้วไปจ้างช่างทำทะเบียนปลอมมาใส่แทนใหม่ แต่บังเอิญไปซุ่มทำทะเบียนที่มีตัวอักษร หมายเลขทะเบียนที่ตรงกับรถของจอย เมื่อมีการทำผิดกฎจราจรเจ้าหน้าที่ก็สืบค้นตามหมายเลขทะเบียน ก็ปรากฎเป็นชื่อจอยเพียงคนเดียว จึงเกิดเป็นเรื่องลักษณะนี้ขึ้น

 นายสมสุข กล่าวอีกว่า การสวมทะเบียนเกิดขึ้นไม่ได้เพราะหลักฐานที่เป็นเอกสาร หมายเลขเครื่องยนตร์ของรถจอยกับรถผู้ต้องหาไม่ตรงกัน ตรงเพียงป้ายทะเบียนเท่านั้นเพราะใส่ป้ายปลอม หากมีการสวมทะเบียนเกิดขึ้นจริงหมายเลขทุกอย่างต้องตรงกันหมด ซึ่งเวลาต่อทะเบียนหรือต่อภาษี รถของผู้ต้องหาก็จะนำเอกสารเดิมที่เป็นทะเบียนภูเก็ตไปยื่นผ่านระบบออนไลน์ ก็สามารถทำได้โดยปกติโดยที่ผู้ใดจะถือเอกสารก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถ

 "การยื่นต่อภาษีจะทำซ้ำกัน2ครั้งไม่ได้จะทำได้ครั้งเดียว ซึ่งในปีนี้จอยก็ได้ต่อภาษีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีใครมาต่อทำซ้ำได้ เนื่องจากได้ทำเป็นระบบออนไลน์หากมีการทำซ้ำซ้อนเกิดขึ้นระบบจะไม่รับ ทั้งนี้ขอยืนยันสำหรับเรื่องที่ตำรวจพบใบเสร็จการต่อภาษีในรถผู้ต้องหาซึ่งใบเสร็จของจอย และเป็นตัวจริงจากการตรวจสอบก็เป็นตัวจริง แต่ได้หมดอายุไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งใบเสร็จใบนี้ทางเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งจะออกให้เพียงฉบับเดียว ส่วนเจ้าตัวจะไปทำหายหรือไปทำอะไรก็เป็นเรื่องของเจ้าของ อันนี้ตำรวจต้องไปสืบสวนหาข้อมูลเอาเองว่าใบเสร็จตัวจริงของจอยไปอยู่ในรถของผู้ต้องหาได้อย่างไร"นายสมสุข กล่าว

 นายสมสุข กล่าวด้วยว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ต่อทะเบียนหรือต่อภาษีของกรมการขนส่งทางบก ซึง่จะร่วมมือกับกลุ่มมิจฉาชีพดำเนินการต่อภาษีต่อทะเบียนให้กับรถหนีภาษี หรือรถผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ ตนเชื่อว่าไม่มี หากมีจริงก็ถือว่าผิดวินัยร้ายแรงต้องถูกไล่ออกและดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามอยากอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าเรื่องของกรณีของรถจอยที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่การสวมทะเบียน แต่เป็นการเอาทะเบียนปลอมมาใส่แทนตัวจริง และกระบวนการปลอมแปลงป้ายทะเบียนปลอมนั้นไม่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งแต่อย่างใด ซึ่งป้ายทะเบียนที่กรมขนส่งออกให้จะมีรายน้ำบนป้ายทะเบียนและหมายเลขลายนัมเบอร์ของเจ้าของรถนั้นๆด้วย ทั้งนี้ป้ายทะเบียนปลอมสีจะด้านกว่าของจริง

 ทางด้านพ.ต.ท. สุชัย พุ่มไพศาลชัย รองผกก.สส.สน.บึงกุ่ม ได้เดินทางไปสอบสวนน.ส.เจนศิณี แจ่มแจ้ง ที่กรมขนส่งทางบก เรื่องการต่อทะเบียนรถของดาราสาวเมื่อปี 2551 อีกทั้งในวันนี้ไฟแนนซ์ของบริษัทธนชาติจะเดินทางมาเพื่อนำเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อขอรถที่สวมทะเบียนรถของดาราสาวคืน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบเอกสารก่อนและยังไม่อนุญาติให้บริษัทเอารถไปได้

 ด้านพ.ต.ท.เกณฑ์ชยะ สกลชัย สว.สส.สน.บึงกุ่มกล่าวว่า หลังจากมีคดีของดาราสาวเกิดขึ้นขณะนี้ได้มีคนที่อ้างตัวว่าเป็นนายหมอประสานมาทางเจ้าหน้าที่ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้และไม่เคยรู้จักนายก่อเกียรติผู้ต้องหาเลย แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ คงจะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำ และนำรูปถ่ายไปให้นายก่อเกียรติ สุตัณวณิชกุลผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นนายหม้อและนายพลคนเดียวกันหรือไม่