ข่าว

“ประชา”โผล่ดวลวงสวิง111+ 37= เพื่อไทยชิงถ้วย“ทักษิณ”

“ประชา”โผล่ดวลวงสวิง111+ 37= เพื่อไทยชิงถ้วย“ทักษิณ”

14 ก.ย. 2552

“ประชา” โผล่ดวลวงสวิง 111 + 37 = เพื่อไทย ชิงถ้วย “ทักษิณ” ด้าน “สมชาย” ยืมปากสื่อติงรัฐบาล ปชป.เตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ ขุดคำพูดนายกฯ ย้อนศรกดดันยุบสภา จะได้เป็นนายกฯ อย่างสง่างาม ขณะที่ “จาตุรนต์” แนะชุมนุมใหญ่เสื้อแดง รัฐบาลต้องจับตาเสื้อน้ำเงิน- ทหาร มือ

(14ก.ย.)   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สนามกอล์ฟเลควูด บางนา-ตราด ได้มีการจัดแข่งขันกอล์ฟสานสัมพันธ์สามัคคี 111 + 37 = เพื่อไทย ครั้งที่สาม ชิงถ้วยรางวัลนักกล์ฟจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและของรางวัลมากมาย โดยมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนตลอดจนส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมแข่งขันร่วม 100 คน อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.สส.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรมว.ยุติธรรม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน อย่างไรก็ตามนายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผอ.จัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทำหนังสือเชิญพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย แต่พล.อ.ชวลิต ไม่ได้ตอบรับ

 นายสมชาย กล่าวถึงการชุมนุมครบรอบ 3 ปีการรัฐประหารของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่า เท่าที่ตนรับฟังมากลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศว่าจะชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการแสดงออกโดยใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรองรับ และคิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

 ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตกอยู่ในภาวะเดียวกันคือเมื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปรวมตัวต่อต้านซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ นายสมชาย กล่าวว่า เท่าที่ติดตามปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้รัฐบาลทำงานไม่ราบรื่น สมัยรัฐบาลของตน นายกรัฐมนตรีก็ออกมาแนะนำให้ยุบสภา แต่ตนเห็นว่าไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตามตนเคยพูดไปหลายครั้งว่า ถ้าอยากเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสง่างามก็ให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนชนเป็นผู้เลือกเข้ามา ถ้าประชาชนเลือกให้เป็นเสียงข้างมากท่านก็จะเข้าทำเนียบรัฐบาลอย่างสง่างาม เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เลือกใคร ผู้ที่คิดจะออกมาต่อต้านก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะหาข้ออ้างออกมาเคลื่อนไหว แต่ตนก็ขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ไม่อยากให้ท่านเดือดร้อนวุ่นวาย ซึ่งการแก้ปัญหาต้องเร่งทำงาน แต่ตนคิดว่าเวลานี้นายกรัฐมนตรียังทำงานน้อยไป เพราะถ้าบริหารงานดีคงไม่มีใครออกมาต่อต้าน

 เมื่อถามถึงการ ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 16 - 17 ก.ย. เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 16 - 17 ก.ย.นี้ นายสมชาย กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข่าวไม่ใช่การประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นซึ่งเคยทำมาหลายครั้งแล้ว ทั้งนี้หากไม่ใช่การประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้ว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาอีกทำไมให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และเสียเวลา

 “ ส่วนรัฐบาลจะเปิดประชุมสภาแก้เกี่ยวหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ แต่อ่านจากสื่อบอกว่ารัฐบาลเตะถ่วงหรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะ แต่อ่านจากสื่อ “ นายสมชาย กล่าว

 ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ประเทศกำลังมาถึงทางออกสำคัญที่จะคลี่คลายวิกฤตในระยะสั้น หรือจะเป็นวิกฤตยาวต่อเนื่องไป ก็อยู่ที่การอภิปรายของ ส.ส.และ ส.ว. ในวันที่ 16 - 17 ก.ย. นี้ ที่สำคัญคือท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ หากยังเป็นแบบเดิมคือจะแก้ไขเพียงแค่ 2 ประเด็น คือในมาตรา 190 และเรื่องระบบเลือกตั้งก็จะทำให้การหาทางออกจะวิกฤตครั้งนี้ยากยิ่งขึ้น เพราะทั้งสองประเด็นไม่เกี่ยวกับวิกฤตประเทศ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านและส.ว. ต่างก็เห็นตรงกันกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ที่เสนอแก้ไขวิกฤตการเมืองด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น โดยในระยะสั้นควรมีการแก้ไขเรื่องการเลือกตั้งและการยุบพรรคก่อน จากนั้นจัดการเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุดเพื่อให้มีรัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับ จากนั้นจึงค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากประชาชน

 นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนอกจากรัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้แล้ว อยู่ต่อไปประเทศก็มีแต่สูญเปล่า แล้วยังมีข่าวว่าแกนนำในรัฐบาลมีปัญหากับพรรคร่วม ประสานงานระหว่างกระทรวงก็ไม่ได้ และยังมีปัญหากับกองทัพและผู้ใหญ่ในกองทัพ จนมีข่าวเรื่องการปฏิวัติออกมาบ่อยครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ ควรจริงใจและสนับสนุนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

 นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย.นั้น คนเสื้อแดงได้ประกาศชัดว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบและไม่ยืดเยื้อ จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่รัฐบาลต้องระวังเรื่องมือที่สามเข้ามาแทรกแซงและสร้างสถานการณ์ โดยเฉพาะคนเสื้อน้ำเงินและลูกน้องของผู้ใหญ่ในกองทัพที่ต้องการสร้างสถานการณ์จากปัญหาความขัดแย้งของแกนนำรัฐบาลกับกองทัพ ส่วนการจะประกาศ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อรับมือการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น มองว่าเป็นการประกาศพร่ำเพื่อโดยไม่จำเป็น และอาจจะกลายเป็นว่ารัฐบาลใช้กฎหมายนี้เพื่อป้องกันการชุมนุม ซึ่งจะกระทบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ