
เขตดุสิต จัดเพิ่ม"ศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดชุมชนสวนอ้อย"
กทม. ดึง ปชช. ร่วมสร้างพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติดในชุมชน รองปลัดฯ ปราณี ชี้ ยาเสพติดปัญหาเรื้อรัง-แนวโน้มระบาดรุนแรง ปี 60 เขตดุสิตตั้งเป้าจัดศูนย์ฯ 10 แห่ง
25 มิ.ย.60 - น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติด ณ ชุมชนสวนอ้อย เขตดุสิต เพื่อเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด และสนับสนุนการดำเนินงานของอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเขตดุสิต โดยมี นายบันลือ สุกใส ผู้อำนวยการเขตดุสิต คณะผู้บริหารเขตดุสิต พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลสามเสน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ศูนย์บริการสาธารณสุข 6 สโมสรวัฒนธรรมหญิง ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 (จี๊ด-ทองคำ บำเพ็ญ) และอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเขตดุสิต ร่วมพิธี
โดยสำนักงานเขตดุสิต จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดในชุมชนตามนโยบายด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานเฝ้าระวังภัยและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนของตนเอง ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 สำนักงานเขตดุสิตได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติด 1 แห่ง ได้แก่ ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม
ขณะที่ปีงบประมาณ 2560 มีเป้าหมายจัดตั้งศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นอีก 10 แห่งในชุมชน ซึ่งชุมชนสวนอ้อยเป็นชุมชนที่ 4 ที่ได้จัดตั้งศูนย์ฯ โดยอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดมีภารกิจ อาทิ เฝ้าระวังภัยต่างๆ ในชุมชน เฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมและการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน และสถานศึกษารอบชุมชน ค้นหาและชักจูงผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดให้เข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจ ติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษา ติดตามข้อมูลข่าวสารที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐและแจ้งเหตุต่างๆ ไปยังผู้ประสานงานของสำนักงานเขต อีกทั้งให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
น.ส.ปราณี รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า อาสาสมัครทุกคนในพื้นที่ย่อมจะรู้ดีถึงสภาพปัญหาต่างๆ แนวทางการเฝ้าระวังภัยต่างๆ ในชุมชนของตนเอง ดังนั้นนโยบายนี้จะสัมฤทธิ์ผลเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับทุกท่านทั้งหลายที่จะเฝ้าระวังคอยดูแลแจ้งข่าวสารให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องปรามอาชญากรรมต่างๆ ในชุมชนให้ลดน้อยลงและหมดไปในอนาคต
"ปัญหาอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย ปัญหายาเสพติด ล้วนแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดนโยบายมหานครแห่งความปลอดภัย โดยให้ทุกสำนักงานเขตจัดตั้งอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด เพื่อเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังภัยต่างๆ ที่จะมีขึ้นในชุมชนของตนเอง"
ทั้งนี้ในการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง น.ส.ปราณี รองปลัด กทม. ยังได้เป็นประธานการเดินรณรงค์ในกิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติดเขตดุสิต ประจำปี 2560”ด้วย เพื่อเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่เขตดุสิต และร่วมแสดงพลังทำความดีถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมสานต่อพระราชปณิธานการแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดไป ภายใต้กรอบแนวคิด “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ไขปัญหายาเสพติด” โดยมีน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานีตำรวจนครบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข 6 สโมสรวัฒนธรรมหญิง ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 (จี๊ด-ทองคำ บำเพ็ญ) วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมล ศรีย่าน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการสุโขทัย อาสาสมัครกรุงเทพหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเขตดุสิต เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินเขตดุสิต อปพร.เขตดุสิต ประธานชุมชน นักเรียนและนักศึกษา รวมจำนวน 500 คน ร่วมงาน ณ ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม เขตดุสิต
โดย น.ส.ปราณี รองปลัด กทม. กล่าวย้ำว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน มีแนวโน้มแพร่ระบาดรุนแรงและขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน หากมองในแง่เศรษฐกิจก็เป็นเรื่องของการเสียโอกาส เพราะเด็กและเยาวชน คือ ผู้ที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต และหากมองในแง่สังคมหากครอบครัวใดที่มีสมาชิกเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวซึ่งจะกระทบกระเทือนจิตใจต่อคนในครอบครัวอย่างรุนแรง
"สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือปัจจุบันพบว่าการแพร่ระบาดในเด็กและเยาวชนมีสถิติสูงขึ้น และอยู่ในกลุ่มคนที่อายุน้อยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวเมืองเนื่องจากเป็นเขตชุมชนหนาแน่น วันนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงรวมกันเป็นพลังประชาชนในพื้นที่เขตดุสิต ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เชิญชวนทุกคนและทุกชุมชนในพื้นที่ ร่วมกันดูแลพื้นที่เขตดุสิตให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด เป็นพื้นที่สีขาวต่อไปในอนาคต"



