ข่าว

ประกาศเตือนน้ำป่าไหลหลากอ.ท่าตอนเชียงใหม่

ประกาศเตือนน้ำป่าไหลหลากอ.ท่าตอนเชียงใหม่

14 ก.ย. 2552

ปลัดอ.แม่อายระบุฝนตกหนักตลอดคืนออกประกาศเตือนน้ำป่าไหลหลากบ้านสุขฤทัย ต.ท่าตอน หลังพบปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 80 มม.ต่อวินาที ด้านปภ.เชียงใหม่ เผยอำเภออื่นไม่น่าห่วงปริมาณน้ำฝนยังไม่เกินมาตรฐาน น่านน้ำป่าหลากท่วมหมู่บ้านห้วยมอญ128หลังคาเรือน

(14ก.ย.) นายจรูล จินะกัณฑ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่อาย จ.ชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีฝนติดต่อกันต่อเนื่องตลอดทั้งคืนบริเวณ อ.แม่สาย  จึงได้มีการออกประกาศเตือนน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านสุขฤทัย ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ที่มีประชากรจำนวน 2,089 คน เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนตกเป็นจำนวนมากวัดได้ล่าสุดเช้านี้ (14 ก.ย.) มากกว่า 80 มิลลิเมตรต่อวินาที  ซึ่งอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากได้ จึงได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ออกเสียงตามสายประกาศให้กับชาวบ้านได้ระมัดระวัง

 ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันยังไม่พบว่ามีฝนตกเพิ่มแต่อย่างใด และจากการสำรวจก็ยังไม่พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำบลอื่นๆ ปริมาณน้ำฝนยังอยู่ในเกฑณ์ปกติจึงยังไม่จำเป็นต้องประกาศเตือนรับมือน้ำป่าไหลหลากแต่อย่างใด ทั้งนี้ ก็ได้มีการสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้รายงานมายังอำเภอทราบเป็นประจำทุกวัน

 ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่เกิดความเสียหายขึ้นแต่อย่างใด และได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนไปยังต.ท่าตอน ที่อ.แม่อาย เนื่องจากพบปริมาณน้ำฝนมากเกินปกติอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้ แต่ในส่วนของพื้นที่อำเภออื่นๆ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงหรือกังวลแต่อย่างใด

น้ำป่าหลากท่วมหมู่บ้านห้วยมอญ128หลังคาเรือน

 หลังฝนตกหนักติดต่อกันนาน 2 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดเหตุน้ำป่าหลากเข้าหมู่บ้านห้วยมอญ หมู่  8 ต.เรือง อ.เมือง จ.น่าน เมื่อคืนที่ผ่านมา ราษฎรกว่า 128 หลังคาเรือนเดือดร้อนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเนื่องจากกระแสน้ำได้พัดคอสะพานทางเข้าหมู่บ้านขาดไม่สามารถสัญจรได้รับความเสียหายไฟฟ้าดับ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย อบจ.น่าน ได้เข้าอพยพราษฎรกว่า 1 พันคนไปอยู่ในบ้านที่อยู่สูงซึ่งเป็นที่ปลอดภัย พร้อมกับช่วยชาวบ้านขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือทางการเกษตรและรถจักรยานยนต์ไปเก็บไว้ที่บ้านหลังที่อยู่พื้นที่สูง

 นายอนุชา ไสลสุธี อยู่บ้านเลขที่ 188 หมู่ 8 บ้านห้วยมอญ ต.เรือง อ.เมือง จ.น่าน เล่าว่า มีฝนตกลงมาอย่างหนักในนานกว่า 2 ชั่วโมง ก็เกิดน้ำป่าหลากลงมาจากเขาเหนือหมู่บ้านซึ่งน้ำมาเร็วและแรงมาก เข้าท่วมถนนในหมู่บ้านและหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร ชาวบ้านไม่สามารถเก็บช้าวของหนีได้ทัน ต่างตกใจพากันวิ่งหนีตายขึ้นไปบ้านหลังข้างบนกันอลหม่าน โดยเหตุการณ์น้ำป่าหลากครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปีก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน

 จากการสำรวจเบื้องต้นพบบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำป่าหลากท่วมเข้าบ้านเรือน ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายกว่า 128 หลังคาเรือน สะพานเชื่อมต่อภายในหมู่บ้านขาด กระแสไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน โรงเรียนบ้านห้วยมอญ ถูกน้ำป่าพัดหลากเข้าท่วม ทำให้ประตูโรงเรียนได้รับความเสียหาย ห้องเรียนและสนามกีฬาซึ่งทางหมู่บ้านได้ประกาศหยุดเรียนในวันรุ่งขึ้น คาดว่าจะมีสิ่งของภายในอาคารเรียนเสียหายด้วย

 ด้านนายเติง ไชยมงคล ผู้ใหญ่บ้านห้วยมอญ ม. 8 กล่าวว่า หมู่บ้านห้วยมอญ เป็นหมู่บ้านที่แบ่งเป็นบ้านห้วยมอญเหนือ อยู่ติดเชิงเขาและบ้านห้วยมอญใต้ รวมทั้งหมด 128 หลังคาเรือน ซึ่งเหตุน้ำป่าหลากครั้งนี้ได้พัดหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรบ้านห้วยมอญเหนือ ก่อนที่จะไหลเข้าท่วมบ้านห้วยมอญใต้และพื้นที่การเกษตร โดยน้ำป่าหลากมาเร็วมาก ชาวบ้านต้องรีบอพยพหนีน้ำอย่างโกลาหลและต้องรีบนำสัตว์เลี้ยง อพยพไปอยู่บนพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งสำรวจความเสียหายทั้งบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร

 ด้านนายธวัช เพชรวีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานทางไฟฟ้าเร่งซ่อมแซมให้ราษฎรสามารถใช้ไฟได้ตามปกติ และให้ทาง อบต.เรือง เตรียมนำน้ำดื่มสะอาดเพื่อการบริโภคแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมกับได้สั่งเฝ้าระวังหมู่บ้านห้วยมอญ ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีเมฆฝน อาจมีฝนตกและทำให้เกิดเหตุน้ำป่าหลากได้อีก

  พร้อมทั้งแจ้งให้ประชาชนดูแลเด็กเล็กในหมู่บ้าน ห้ามลงเล่นน้ำในลำห้วยต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำสาขาต่างๆมีระดับสูงขึ้น และเชี่ยวกราก อาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งขณะนี้ ได้สั่งให้สำรวจความเสียหายเพื่อประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เตรียมให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนระเบียบทางราชการต่อไป

 ด้านนส.จินตนา แซ่ลี ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเย็นวันนี้ได้เกิดฝนตกอย่างหนักเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าหลาก ชาวบ้านต่างวิ่งหนีกันอย่างโกลาหล บางคนวิ่งไปร้องไป ส่วนตัวเองตกใจจนปัสสาวะแตกเพราะตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 19 ปี เพิ่งมาเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกตกใจมาก และในความคิดของตนเองคิดว่าการเกิดน้ำป่าหลากอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการทำไร่เลื่อนลอย และการทำไร่ข้าวโพด ดินไม่สามารถอุ่มน้ำได้จึงหลากเข้าท่วมหมู่บ้านสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สิน ข้าวของ สัตว์เลี้ยงในครั้งนี้