ข่าว

สมเจตน์เชื่อม็อบแดง19ก.ย.ไม่แรงถึงขั้นต้องปฏิวัติซ้ำ

สมเจตน์เชื่อม็อบแดง19ก.ย.ไม่แรงถึงขั้นต้องปฏิวัติซ้ำ

14 ก.ย. 2552

“สมเจตน์” เชื่อชุมนุมใหญ่เสื้อแดง 19 ก.ย. ไม่รุนแรง ต้องปฏิวัติซ้ำ แต่เตือน จนท.รัฐ อย่าประมาท ด้าน “พล.ร.อ.บรรณวิทย์” ฟันธงสถานการณ์ไม่ถึงขั้นปฏิวัติ เหตุพรรคร่วมรบ.ประสานผลประโยชน์ลงตัว แนะ นายกฯ ทบทวน ประกาศ พรบ.มั่นคงฯ กระทบต่างชาติตื่นตระหนก

วันที่ 14 ก.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และอดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพิจารณาคดียื่นฟ้องพล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช อดีตผบก.สตช. เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งความเท็จถึงการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ที่จะครบรอบ 3 ปี การรัฐประหารว่า เชื่อว่าการชุมนุมไม่น่ามีเหตุรุนแรงที่จะนำไปสู่การปฏิวัติ เพราะการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชนจากเหตุการณ์ป่วนเมืองกลางกรุงเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา รวมทั้งการปล่อยคลิปเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่กลุ่มคนเสื้อแดงอ้างว่าเป็นการสั่งสลายการชุมนุม ที่สำคัญการชุมนุมนั้นก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม แต่อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรประมาทในการดูแลการชุมนุม เพราะกลุ่มเสื้อแดงต้องการให้เกิดความรุนแรง เหมือนเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ รร.รอยัล คลิฟ บีช เมืองพัทยา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่วันเดียวกัน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เดินทางมาสืบพยานโจทก์ ในคดีที่ยื่นฟ้อง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปฏิวัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ว่า ขณะนี้คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้อไปถึงขั้นนั้น เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังสามารถประสานผลประโยชน์กันได้อย่างลงตัว เมื่อผลประโยชน์ทุกอย่างลงตัว จึงทำให้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในรัฐบาล แม้ที่ผ่านมาในการบริหารประเทศรัฐบาลจะมีความล้มเหลว ทั้งเรื่องการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง และการเสียที่ดินบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่พรรคร่วมฯร่วมมือกันไม่ได้

 “นักการเมือง ออกมาบอกว่าประชาชน ต้องมาก่อน แต่อยากถามว่าที่ผ่านมาประชาชนได้อะไร ยังมองไม่เห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร” พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวและว่า รัฐบาลควรหันมาให้ความสำคัญเรื่องปราสาทพระวิหาร เนื่องจากประเทศไทย เสียดินแดนไปจริง ส่วนกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ว่าไม่เสียดินแดง นั้นไม่เป็นความจริง และเวลานี้ประชาชนกัมพูชาได้เข้ามาในพื้นที่ข้อพิพาทแล้ว

 ส่วนเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ไม่น่ามีความรุนแรง ถึงขั้นนั้นนำไปสู่การปฏิวัติ รัฐบาลจึงไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพราะจะทำให้ต่างชาติตื่นตระหนกได้