ข่าว

อภิสิทธิ์ระบุกฎหมาย-คุณธรรมต้องไปพร้อมกัน

อภิสิทธิ์ระบุกฎหมาย-คุณธรรมต้องไปพร้อมกัน

14 ก.ย. 2552

นายกฯ มอบรางวัลเพชรน้ำเอกข้าราชการปี 51 ชื่นชม ขรก.ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ระบุกฎหมายและคุณธรรม ต้องดำเนินไปพร้อมกัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งระบบราชการอ่อนแอ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเพชรน้ำเอกในวงราชการ ประจำปี 2551 ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลเพชรน้ำเอกในวงราชการประจำปี 2551 ประกอบด้วย 1.กลุ่มงานด้านการพัฒนาชีวิตของประชาชน คือ นายสิรภพ ฟูคำมี ครู คศ.โรงเรียนล่องแพร่วิทยา จ.แม่อ่องสอน และนางอนงค์ กุลทวี ครู คศ.2 โรงเรียนท่าสาป จ.ยะลา 2.กลุ่มงานด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม คือ นายคณิต ธนูธรรมเจริญ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ โครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ และนายมาเนตร์ บุณยานนต์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาณการ ศูนย์ศึกษาวิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร จ.นราธิวาส

 3.กลุ่มงานด้านการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน คือ นายเสนีย์ อิจิ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนชุมชนโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และนายพงษ์เทพ รุ่งเรือง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 4.กลุ่มงานดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน คือ นางปานิสรา กิจสำเร็จ พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโคกสำโรง จ.ลพบุรี และนายใหญ่ ภาพยนต์ นักวิชาการสาธารสุข สถานีอนามัยโคกสะอาด จ.บุรีรัมย์

 5.กลุ่มงานด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยบริเวณแนวชายแดน คือ ร.ต.อ.วิษณุ ชนะอักษร รองผู้บังคับการกองร้อยตระเวนชายแดน 424 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 จ.ยะลา และพ.ต.ท.คัคคพงษ์ พิมพ์เสน ผู้บังคับกองตำรวจตะเวนชายแดนที่ 114 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 จ.จันทบุรี

 นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่บรรดาข้าราชการ ว่าตนขอแสดงความชื่นชมและภาคภูมิใจที่ประเทศไทยมีข้าราชการที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอดทน และสามารถฟั่นฝ่าอุปสรรคต่างๆในการปฏิบัติงานโดยไม่ย้อท้อ ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ข้าราชการทั่วไป และควรขยายผลให้สาธารณชนรับรู้มากขึ้น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ตนเชื่อว่าความสำเร็จและรางวัลอันยิ่งใหญ่ของข้าราชการทุกคน คือการได้ปฏิบัติงานด้วยความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริตจนเกิดประโยชน์ ทำให้ระบบข้าราชการมีความเข้มแข็งและมั่นคงเป็นที่ยอมรับของประชาชน นำมาสู่ความภาคภูมิใจของข้าราชการเอง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ว่าจะเป็น ด้านข่าวสาร ด้านเทคโนโลยี ด้านความคิด ด้านสังคมวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการเมือง เหตุผลเหล่านี้ทำให้ข้าราชการต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลอดเวลา ถือว่าเป็นการปรับตัวเพื่อให้เกิดความพร้อมสำหรับสังคมในอนาคต โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ตนถือว่าข้าราชการทุกคนปฏิบัติงานอยู่ในระบบที่เป็นกลไกสำคัญในการนำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติ

 “ในการปฏิบัติงานราชการผมอยากให้ข้าราชการทุกคน ยึดหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดีเป็นกรอบและแนวทางในการปฏิบัติงาน และอยากให้ข้าราชการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกรอบของกฏหมาย ซึ่งต้องไม่ละเลยเรื่องคุณธรรม เพราะความถูกต้องตามกฎหมายและระบบคุณธรรมต้องดำเนินการไปพร้อมกัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งระบบราชการมีความอ่อนแอได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า คุณธรรมที่อยู่ในระบบข้าราชการ คือคุณธรรมที่อยู่ในจิตใจข้าราชการทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในต่ำแหน่งที่สูงขึ้น ระดับคุณธรรมก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อจะต้องใช้อำนาจหน้าที่ในการตัดสินมากขึ้น หากเรานำเรื่องกฎหมายเข้ามาตัดสินก็บอกได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่คุณธรรมเป็นสิ่งที่เหนือกว่านั้นที่จะตจ้องนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

 “ผมยอมรับว่าในบางช่วงระบบคุณธรรมของข้าราชการถูกท้าทาย และถูกบั่นทอนลงไปอย่างมาก หลายครั้งที่ระบบคุณธรรมข้าราชการถูกแทรกแซงจากบางฝ่าย ทำให้ข้าราชการขาดความมั่นใจไม่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมอยากเรียกร้องให้ข้าราชการทุกคนมีความเข้มแข็ง กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลต้องอาศัยกำลังจากข้าราชการที่ดีในการทำงาน รัฐบาลไม่สามารถทำงานเพื่อบ้านเมืองได้หากขาดข้าราชการที่เป็นกลไกสำคัญในการนำนโยบายไปปฏิบัติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ข้าราชการนำความรู้ความสามารถมาใช้ในการปฏับิติอย่างเต็มที่ด้วยความสุจริตอดทนไม่ย้อท้อ แม้บางครั้งจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ท้อแท้ใจบ้างก็ขอให้ถือว่าเป็นอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา ให้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ให้เราได้มีความเข้มแข็งมากขึ้น