ในหลวง ร.9 พระราชทานเขื่อน-น้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกร
ชาวสุราษฎร์ธานีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 เป็นล้นพ้น โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภา ที่ทรงให้ขุดขึ้นเพื่อรักษาต้นน้ำ ใช้ทำการเกษตร การท่องเที่อง
วันที่ 22 มิถุนายน บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพของประชาชน วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.มีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อมาเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ จำนวนไม่น้อยพกพาร่มมากางกันแดดท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน
นางรัชนี สำเภา อายุ 55 ปี ชาวสวนยาง ต.ท่าชี อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่ามากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกเมื่อ 4 เดือนก่อนมากับคณะเทศบาล ต.ท่าชีนับร้อยคน ครั้งนี้มากับครอบครัวเพราะลูกชายรับปริญญาที่ ม.รามคำแหง จึงถือโอกาสชักชวนกันมารวม 5 คน ที่ส่วนใหญ่มาเป็นครั้งแรก ส่วนตัวมาแล้วก็อยากมาอีก คิดถึงพระองค์ ท่านเป็นพ่อคนที่ 2 ของเรา ที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้ มีที่ทางทำกิน มีความสุข ก็เพราะท่านทำไว้ให้ สำคัญว่าสอนให้รู้จักทำมาหากิน พึ่งพาตัวเองได้
"ชาวสุราษฎร์ธานีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 เป็นล้นพ้น เห็นง่ายๆ เลยคือเขื่อนรัชชประภา ที่พระราชทานแนวพระราชดำริให้ขุดขึ้นเพื่อรักษาต้นน้ำ ใช้ทำการเกษตรได้ เพราะชาวบ้านใต้เขื่อนมีอาชีพปลูกปาล์มน้ำมันที่ต้องใช้นำ ทำนา ทำสวนยาง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์ ผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมจากการท่องเที่ยว เรียกว่าเป็นเขื่อนที่ผลิดอกออกได้มากมาย หรืออย่างที่ อ.พระแสง ชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกิน ก็พระราชทานรถแทรคเตอร์ ให้มาแผ้วถางป่าเสื่อมโทรมปรับพื้นที่ให้ทำการเกษตรได้ ถ้าไม่มีพระองค์ก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะเป็นอย่างไร คนไทยโชคดีมากที่ได้เกิดในแผ่นดินท่าน วันถวายพระเพลิงพระบรมศพคิดว่าต้องมาอีกให้ได้ " นางรัชนี กล่าว
ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน มีจำนวนทั้งสิ้น 21,189 คน รวม 231 วัน มียอดสะสม 7,827,521 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศลรวมทั้งสิ้น 611,265,138.01 บาท



