
'คิม ไคลจ์สเตอร์ส'ซิวแชมป์ยูเอส โอเพน
คิม ไคลจ์สเตอร์ส อดีตนักเทนนิสมือ1 โลกชาวเบลเยียมกลายเป็นนักเทนนิสคนที่3 ที่คลอดลูกและกลับมาคว้าแชมป์แกรนด์สแลม สำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มเอาชนะ คาโรไลน์ วอซเนียกสกี มือ 9 จาก เดนมาร์ก 2-0 เซต7-5, 6-3 คว้าแชมป์ยูเอส โอเพน สมัยที่ 2
ศึกเทนนิส ยูเอส โอเพน แกรนด์สแลมสุดท้ายประจำปี 2009 ที่ฟลัชชิง เมโดวส์-โคโรนา พาร์ค ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 14 กันยายน มีการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง คิม ไคลจ์สเตอร์ "แชมป์เก่าปี 2005" และเป็นอดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกชาวเบลเยียม พบ คาโรไลน์ วอซเนียกสกี มือ 9 จาก เดนมาร์ก วัย 19 ปี โดยทั้งคู่ต่างมีคุณพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ
ผลปรากฎว่า ในเซตแรกทั้งคู่ผลัดกันเบรกเกมเสิร์ฟเป็นว่าเล่นรวมกันถึง 7 ครั้ง ทว่าเป็น"ซูเปอร์ คิม"ที่เบรกเกมเสิร์ฟได้มากกว่า โดยเฉพาะในเกมที่ 12 เอาชนะไปได้ 7-5 จากนั้นในเซตที่ 2 นักเทนนิสเบลเยียมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นเป็นมือ 1 โลกในปี 2003 ไล่บี้ "นางฟ้าเดนส์" ไม่ให้ได้ตอบโต้เอาชนะไปได้อีก 6-3 สรุปรวม คิม เอาชนะไปได้ 2-0 เซต 7-5, 6-3 ถือเป็นชัยชนะใน ฟลัชชิง เมโดวส์ 14 แมตช์ติดต่อกัน (ปี 2005 , 2009) คว้าเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(ราว 54 ล้านบาท)
นอกจากนี้ คิม วัย 26 ปียังทำสถิติเป็นไวลด์การ์ดคนแรกที่คว้าแชมป์"สแลมนิวยอร์ก"อีกทั้งยังเป็นนักเทนนิสคนที่ 3 ประวัติศาสตร์ที่กลับมาเป็นครองแชมป์สแลมหลังลาไปคลอดลูกต่อจาก มาร์กาเรต คอร์ต และ อีโวน กูลากอง สองตำนานชาวออสเตรเลียน ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ถึงกับทำให้หวดเบลเยียมทรุดลงที่พื้นพร้อมหลั่งน้ำตาแห่งความดีใจหลังหวดแต้มสุดท้ายลงไป โดยบนอัฒจันทร์ "น้องจาดา" ลูกสาววัย 18 เดือนของเธอ รวมถึง ไบรอัน ลินช์ สามีนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันยืนมองอยู่ด้วยความปลื้มปีติ
ภายหลังรับถ้วยแชมป์ ไคลจ์สเตอร์ส ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความตื้นตันว่า “ฉันไม่รู้จะหาคำพูดใดมาบรรยายดี รู้เพียงแค่ว่าดีใจที่ได้กลับมาป้องกันแชมป์ที่เคยทำสำเร็จเมื่อปี 2005 ซึ่งเดิมทีฉันแค่ต้องการเรียกจังหวะที่คุ้นเคยของตัวเองกลับมาในช่วง 3 รายการแรก ดังนั้น ฉันจึงอยากขอบคุณสหพันธ์เทนนิสอาชีพแห่งสหรัฐฯ ที่มอบสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้ฉันได้กลับมาเล่นรายการนี้ ส่วนตอนนี้ฉันตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว”
ด้าน วอซเนียกสกี คว้าเงินรางวัล 800,000 เหรียญสหรัฐฯ(ราว 27 ล้านบาท) พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนเทนนิสเดนมาร์กเป็นภาษาเดนส์ สร้างรอยยิ้มให้คุณพ่อ พิออเทอร์ และ คุณแม่ แอนนา ที่เฝ้ามองลูกสาวคว้ารองแชมป์ แกรนด์สแลมเป็นครั้งแรกใน อาร์เธอร์ แอช สเตเดีย
ด้านเซเรน่า วิลเลียมส์ นักหวดลูกสักหลาดสาวมือ 2 ของโลก ได้จ่ายค่าปรับจำนวน 10,500 ดอลลาร์หรือราว 367,500 บาท หลังจากระเบิดอารมณ์สบถคำหยาบใส่หน้าผู้กำกับเส้นหญิงที่ขานว่าเธอเหยียบเส้น หรือ " ฟุตฟอลท์ " ขณะเสิร์ฟลูกที่ 2 สำหรับแต้มสำคัญในเซ็ตที่ 2 ที่แข่งขันกับคิม ไคลจ์สเตอร์ อดีตมือ 1 ของโลกชาวเบลเยียม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และยังถูกตัดแต้มในแต้มแม็ทช์พอยท์ ที่ส่งผลให้เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และทำให้ไคลจ์สเตอร์ ที่เพิ่งคลอดลูกเมื่อไม่นานมานี้ ลอยลำเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูเอส โอเพ่น 2009 ที่เธอเคยเป็นแชมป์เมื่อปี 2548
วิลเลียมส์ ที่ถูกกดดันทั้งจากเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์เทนนิสหญิงอาชีพ WTA และโอเพ่น ได้กล่าวขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ทุกคนอาจได้เห็นเธอแสดงโทสะ ในระหว่างทำหน้าที่อยู่ในสนามแข่งขัน และเมื่อเธอได้มีเวลาสงบสติอารมณ์ ทำให้เธอได้มองเห็นว่า ในขณะที่เธอไม่เห็นด้วยกับการขานของผู้กำกับเส้นที่ไม่ยุติธรรม ในช่วงที่การแข่งขันกำลังดุเดือดนั้น เธอได้ปล่อยให้อารมณ์และโทสะเข้ามามีอิทธิพลเหนือตัวเธอ
วิลเลียมส์ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้เองที่เธอทำสถานการณ์แย่ลง เธออยากขอบคุณแฟนๆและผู้สนับสนุนเธอ ที่เข้าใจว่า เธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง และมองไปถึงหนทางข้างหน้า ทั้งในเรื่องของอาชีพและเรื่องส่วนตัว ประสบการณ์นี้จะทำให้เธอเติบโตและพัฒนาขึ้น
ด้านเจ้าหน้าที่ ยูเอส โอเพ่น ระบุว่า ปกติแล้วโทษปรับจะสูงสุดเพียง 1 หมื่นดอลล่าร์ แต่กรณีของวิลเลียมส์ ต้องเสียค่าปรับอีก 500 ดอลล่าร์ ฐานแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬาในสนามแข่งขัน ด้วยการโยนแร็คเก็ตทิ้ง ด้านสเตซีย์ อัลลาสเตอร์ ประธานสหพันธ์เทนนิสหญิงอาชีพได้เรียกพฤติกรรมของวิลเลียมส์ว่า ไม่เหมาะสมและไม่เป็นมืออาชีพ แต่ภายหลังก็ยกย่องการออกมาขอโทษของวิลเลียมส์ว่า เป็นแบบอย่างที่ดีที่แสดงความรับผิดชอบแฟน ๆ
การบันดาลโทสะของวิลเลียมส์ ได้เริ่มต้นจากการที่เธอเดินรี่เข้าไปหาผู้กำกับเส้น,แผดเสียงและสาปแช่ง ทั้งยังขู่ว่าจะยัดลูกเทนนิสลงไปในคอด้วย และนอกจากจะโกนถ้อยคำไม่สุภาพแล้ว เธอยังโยนแร็คเก็ตทิ้งอีกด้วย ซึ่งภายหลังเธอได้พูดว่า เธอไม่เคยทะเลาะกับใครมาก่อนในชีวิต และไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้กำกับเส้นถึงคิดว่าเธอข่มขู่
ในช่วงที่มีการเข้าไปไกล่เกลี่ยโดยผู้ตัดสิน คือ ไบรอัน เออร์ลีย์ ได้มีเสียงโห่จากผู้ชมด้วย รายงานระบุว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเรื่องจนถึงตอนที่วิลเลียมส์ เดินไปจับมือกับไคลจ์สเตอร์นั้น ทางไคลจ์สเตอร์ก็ดูจะงุนงงและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน และเธอเพิ่งจะลงแข่งได้เพียง 3 ทัวร์นาเม้นต์ หลังลาไปคลอดลูกก่อนหน้านี้ และยังได้ชื่อว่า เป็นนักหวดสักหลาดแม่ลูกอ่อนคนแรก ที่เข้าถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขันแกรนด์ สแลม นับตั้งแต่อีวอน กูลากอง คอว์ลีย์ ได้รับชนะในรายการวิมเบิลดัน เมื่อปี2523



