ข่าว

ขโมยรูปปั้นเจ้าพระมหากษัตริย์ศึกบนศาลปู่ดำ

ขโมยรูปปั้นเจ้าพระมหากษัตริย์ศึกบนศาลปู่ดำ

14 ก.ย. 2552

คนร้ายขโมยรูปปั้นเจ้าพระมหากษัตริย์ศึก รัชกาลที่ 1 บนศาลปู่ดำ คาดเป็นสาวใหญ่ที่เคยลักมาหลายครั้งและนำกลับคืนมาได้

(14ก.ย.) เวลา 10.00 น. พ.ต.ต.พิเชษฐ ปันกาวี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่าที่ศาลปู่ดำข้าง สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ซึ่งเป็นที่กราบสักการบูชาของคนจังหวัดพิษณุโลกได้ถูกขโมยหายไป จึงได้ไปทำการสอบสวนสอบสวน พบว่ารูปปั้นของเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลเพียงตาได้สูญหายไปจริง มีเพียงแต่ตัวศาลและเครื่องสักการะเท่านั้น
 
 สอบสวนนายสมบูรณ์ แย้มยิ้ม อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/2 ถนนบรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตนมีบ้านติดอยู่กลับศาล ช่วงกลางวันจะเข้ามานอนเล่นอยู่ในบริเวณศาลประจำ เพิ่งทราบเมื่อตอนเช้า เพราะมีคนมากราบไหว้ แต่ไม่มีรูปปั้นเจ้าพ่อปู่ดำอยู่ในศาล จึงได้เข้าไปดู ปรากฏว่าได้สูญหายไปจริง คนที่เอาไปน่าจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มาที่ศาลบ่อย เพราะเคยเอาไปหลายครั้งแล้ว แต่ตำรวจตามไปเอากลับมาได้
 
 นางจุรีรัตน์ อยู่เย็น อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/3 ถนนบรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า มีผู้หญิงคนหนึ่ง ทราบเพียงแต่ชื่อเล่นว่า จิ้ม มาที่ศาลปู่ดำหลายครั้งแล้วและได้ลักเอารูปปั้นปู่ดำไป และได้นำมาคืน บางครั้งตำรวจได้ไปตามเอาคืนมาเหมือนกัน ไม่ทราบว่าทำไปเพราะอะไร
 
 จากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นทราบว่าศาลดังกล่าวประดิษฐานรูปปั้นของปู่ดำ หรือพระยามหากษัตริย์ศึก หรือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ตัวศาลตั้งอยู่บนเนินดินที่เคยเป็นกำแพงเมืองโบราณของพิษณุโลก และเป็นที่เคารพกราบไหว้ของคนทั่วไป เนื่องจากในประวัติศาสตร์ ระบุไว้ว่าบริเวณศาลปู่ดำ เป็นจุดที่อะแซหวุ่นกี้ แม่ทัพพม่า ได้ขอดูตัวเจ้าพระยาจักรี ( รัชกาลที่ 1 ) ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อครั้งยกพลมารับศึกพม่าที่เมืองพิษณุโลก ต่อมา กำแพงเมืองยังคงมีสภาพเนินดินสูง 2 เมตร ชาวพิษณุโลกได้ร่วมกันสร้างศาลขึ้นมาชื่อว่าเจ้าพ่อปู่ดำ เดิมมีรูปสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกหล่อแกะสลักจากไม้ ต่อมาได้หายไป ผู้มีจิตศรัทธาจึงนำรูปหล่อจากปูนองค์ใหม่ สีดำ ลักษณะประทับยืน ถือดาบ สูงประมาณ 50 เซนติเมตร มาตั้งไว้บนศาลเจ้าพ่อปู่ดำ