ข่าว

คนร้ายปล้นหม้อแปลงไฟฟ้าบ.เครืออาร์เอส

คนร้ายปล้นหม้อแปลงไฟฟ้าบ.เครืออาร์เอส

14 ก.ย. 2552

คนร้ายสวมรอยเป็นคนงานเข้าปล้นหม้อแปลงของโรงงานบริษัทเคมาร์เตอร์ ในเครือของอาร์เอส ก่อนจับรปภ.และแม่บ้านมัด นอกจากนี้ยังจับตัวเมีย รปภ.พร้อมนำรถเก๋งวีออสหลบหนี ขณะนี้ยังติดตามไม่พบ

(14ก.ย.) เวลา 07.00 น. พ.ต.ท.วรุตม์ ไทยรัฐเทวินทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเข้าปล้นหม้อแปลงไฟฟ้าของ บริษัท เคมาร์เตอร์จำกัด เลขที่ 9/9 เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ถนนปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

 จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข ผกก.พ.ต.ท.วรวุฒิ บันลือชัย สวป.พบนายสำราญ มั่นจิต อายุ 51 ปี คนขับรถวิน จยย.รับจ้าง ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าโรงงาน ซึ่งถูกปิดล็อกด้วยกุญแจ และได้แจ้งว่าภรรยาตนชื่อนางทองหล่อ มั่นจิต อายุ 50 ปี ทำงานเป็นแม่บ้าน ภายในโรงงาน เค มาร์ เตอร์ แห่งนี้ ได้ถูกคนร้ายจับมัดมือขังอยู่ภายในอาคาร ได้โทรศัพท์ให้ตนช่วยแจ้ง ตำรวจด้วยว่า ถูกคนร้ายจับขังอยู่ในอาคารดังกล่าว

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปีนเข้าไปในโรงงานตรวจสอบหาคนร้าย ตามที่แจ้งโดยไปที่ห้องห้องน้ำชายพบว่า นายสมาน แดงฉ่ำ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/1 ถ.สายวัดโส ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ถูกจับใส่กุญแจมือข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่งล็อกติดกับคันโยกน้ำโถส้วม และ นายธวัชชัย มะดัน อายุ 41 ปี ถูกจับใส่กุญแจมือไฝ่หลังขังอยู่ในห้องน้ำ
 เมื่อตรวจสอบที่อาคารพบ นางทองหล่อ จิตมั่น ถูกจับมัดด้วยสายโทรศัพท์ จึงช่วยกันนำออกมาสอบสวน

 โดยนายธวัชชัย มะดัน ได้ให้การว่า คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้ นางจตุพร เกิดการค้า อายุ 37 ปี ภรรยาตน ที่ได้ขับรถนำข้าวมาส่งให้ โดยขับรถโตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียนกง 6407 ปทุมธานี ได้ถูกคนร้ายขึ้นรถไปด้วยใช้อาวุธปืนจี้นำภรรยาตนไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้าย แต่ยังไม่พบรถ

 ส่วนคนร้ายอีกจำนวนหนึ่งได้ไปปิดกล้องวงจรปิดภายในอาคาร ที่ส่องออกมายังประตู แล้วคนร้ายจึงขับรถเฮียบหกล้อ เข้ามาถอนหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 150 แรงม้า ที่ตั้งอยู่ด้านข้างโรงงาน โดยคนร้ายมีการดึงฟิวขนาดใหญ่ออกจากสายแรงส่งทั้ง 3 ตัว แล้วได้ยกขึ้นรถหกล้อหลบหนีไป

 จากการสอบสวนนายสมาน แดงฉ่ำ รปภ.ได้ให้การว่า ตนเข้าเวรตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงหกโมงเช้า หลังจากนั้น นายธวัชชัย มะดัน จะเข้าหกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น และมี นางทองหล่อ มั่นจิต เป็นแม่บ้าน เข้ามาทำความสะอาดทุกวัน

 ซึ่งโรงงานของบริษัท เคมาร์เตอร์ จำกัด ใน เครืออาร์เอส และได้หยุดกิจการไปปีกว่าแล้ว โดยบริษัท อาร์เอส ได้ขายให้ บริษัท ดิจิทรอน จำกัด เจ้าของชื่อ เฮียม้อ อยู่ย่านบางแค ได้มาผลิตซีดีแทน แต่ก็ขาดทุนจึงหยุดกิจการมาได้ 4 เดือน แล้ว โดยว่าจ้างพวกตนคอยดูแลโรงงานจำนวน 3 คน เท่านั้น

 และเมื่อเวลา 04.30 น.ได้มีคนร้ายขับรถหกล้อ มาจอดที่หน้าประตูแล้วเรียกนายสมาน โดยระบุว่า พวกตนมาทำงานแทนให้เปิดประตูด้วย นายสมาน จึงเปิดประตูให้ จึงถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจึงจับใส่กุญแจมือสองอันแล้วนำไปล็อกติดในห้องน้ำ โดยคนร้ายนำเก้าอี้มาให้นั่งด้วย

 จากนั้นคนร้ายได้ทำการถอดหม้อแปลงไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยคนร้ายใช้เวลาถอดอยู่กว่าชั่วโมง แต่ขณะนั้นเป็นจังหวะที่ นายธวัชชัย มะดัน ได้ให้ภรรยาขับรถมาส่งหน้าโรงงาน เพื่อเฝ้าโรงงานแทนนายสมาน คนร้ายที่เฝ้าประตู จึงเปิดรับแล้วเอาปืนจี้ไปขังรวมกับนายสมาน โดยถอดกุญแจมือจากนายสมานออกมา 1 อัน นำมาใส่นายธวัชชัย แทน

 หลังจากคนร้ายได้ยกหม้อแปลงขึ้นรถกำลังจะขับออกจากประตูโรงงานพอดี นางจตุพร เกิดการค้า ภรรยานายธวัชชัย ได้ขับรถนำอาหารมาส่งให้ นายธวัชชัย จึงถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้แล้วคนร้ายได้นำตัวขึ้นรถไปด้วยโดยยังไม่ทราบชะตากรรม
 ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พยายามโทรศัพท์เข้ามือถือของนางจตุพร แต่ไม่มีคนรับ และหลังจากนั้นโทรศัพท์ได้ถูกปิดเครื่องไป

 ในส่วนนางทองหล่อ ได้ถูกคนร้ายนำกระเป๋าเงินโทรศัพท์มือถือไปด้วย และ นายธวัชชัย ก็ถูกคนร้ายปลดสร้อยกะลาเลี่ยมทอง พร้อมพระเหลี่ยมทองโทรศัพท์มือถือไปด้วย โดยคนร้ายมาทั้งหมด 5 คน

 ทางด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข ผกก.กล่าวหลังจากมาสอบสวนในที่เกิดเหตุ โดยตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมคนร้ายจะมาลักเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้าเท่านั้น มันน่าจะมีสาเหตุลึกไปกว่านั้น เนื่องจากโรงงานแห่งนี้ มีการขายกิจการมาแล้ว โดยอาร์เอส ขายให้ ดิจิทรอน และดิจิทรอน ขาดทุน ก็ได้ขายให้กับผู้อื่นต่อ

 อย่างไรก็ตามคาดว่าอาจมีปัญหาเรื่องการเงินที่ยังชำระกันไม่หมด จึงได้มีการมายกหม้อแปลงไฟฟ้าไปเหมือนจะตัดไฟกับผู้ซื้อรายใหม่ที่ยังชำระเงินไม่หมด หรือเป็นใบสั่งคนร้ายที่ต้องการเอาหม้อแปลงไปจำหน่าย

 ทั้งนี้จะต้องเรียกผู้ที่ขายโรงงานและผู้ซื้อโรงงานว่าได้มีการขายไปกี่ต่อกันแล้วมาเกิดปัญหาแบบนี้ และจะต้องนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

 ส่วนรถเก๋งโตโยต้าวีออสของ นางจตุพร ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุสกัดจับทุกท้องที่ และจังหวัดใกล้เคียงยังไม่พบรถคันดังกล่าว.