
"บิ๊กตู่" อ้อนชาวขอนแก่น “อย่ารังเกียจทหาร”
นายกฯปาฐถกาไทยแลนด์4.0 อ้อน “อย่ารังเกียจทหาร” ยันรัฐบาลทำทุกอย่างหวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน วอนช่วยกันตอบ 4 คำถาม หวังนำความเห็นขับเคลื่อนประเทศชาติ
21 มิ.ย. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ณ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กว่า 200 นายรอบศูนย์ประชุม และไม่อนุญาตคนที่ไม่มีรายชื่อและไม่ได้รับเชิญให้เข้าไปภายในศูนย์ประชุม ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมฟังการปาฐกถากว่า 5,000 คน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาว่า ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่สามารถจัดการศึกษาที่มีกว่า 300 สาขาวิชา และมีนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก พร้อมกับการทำงานวิจัย และการพัฒนาภาคอีสานควบคู่ไปด้วย และมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยระดับต้นๆของประเทศไทย
"ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยการตัดเสื้อให้พอดีตัวคนใส่ ประเทศไทยเรามีคนหลายระดับ รัฐบาลประกาศจดทะเบียนคนจน มีคนจนมาขึ้นทะเบียน 14.9 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และแก้ไขปัญหาให้เขาเหล่านั้น วันนี้ปัญหาหลักของประเทศไทยประชาชน 14.9 ล้านคนรายได้ต่ำกว่าสามหมื่นบาท ทำอย่างไรจะให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึั้น คนเหล่านี้จะอยู่ได้อย่างไรในวันหน้า ทำอย่างไรจะให้ดิจิตอลมาขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ" นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การให้ตอบ 4 คำถามนั้น พบว่าจังหวัดขอนแก่นตอบมากที่สุด กว่าหมื่นคน อยากให้ไปตอบให้หน่อย อย่างน้อยจะได้เอาความเห็นร่วมกันว่า ประเทศชาติควรจะขับเคลื่อนอย่างไร หากเรามองว่าธุระไม่ใช่ ก็ลำบากเหมือนเดิม ไม่ใช่นายกฯพูดไม่มีใครฟัง สัปดาห์ที่แล้วให้โจทย์ 50 ประเด็นของประเทศทุกคนต้องช่วยกันคิด เพื่อพัฒนาประเทศ อย่าเอาความขัดแย้งมาพูดอย่างเดียวไม่ได้ ประเทศจะต้องไม่กลับมาวังวนเดิมๆ อีก เราอยู่กับคนศตวรรษที่21 และกำลังจะเข้าสู่ภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก 3 กระแสใหญ่ๆ คือ การเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน การเปลี่ยนแปลงแบบย้อนแย้ง และการเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง ซึ่งเราต้องปรับตัวและรับมือให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าตามรัฐธรรมนูญ และแผนงานที่วางเอาไว้ สินค้าไทย ขายได้ราคาดีกว่าที่อื่น ประชารัฐก็จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป จ.ขอนแก่น มีรายได้อันดับ 2 ของภาค เฉลี่ยหัวละแสนกว่าบาท ทุกคนทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เด็กรุ่นใหม่ก็ต้องช่วยผู้ใหญ่ เด็กยุค 4.0 ต้องคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ไปด้วยกัน จ.ขอนแก่นมีศักยภาพเยอะ แต่มีปัญหาในภาคเกษตรกร ขอให้ทุกคนช่วยกัน บางอย่างต้องเรียนรู้จากเขา มีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ชุมทางจิระมาขอนแก่น ก่อนจะเชื่อมต่อไปถึงหนองคาย รัฐบาลขาดดุลเพราะเงินจากรัฐบาลมาลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ หากรัฐบาลไม่ลงทุน รอเอกชนลงทุนก็จะไม่ทัน ทุกภาคส่วนต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยเกิดความเหลื่อมล้ำเพราะไม่เท่าเทียม ตรงนี้ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นต้องให้เกิดความเท่าเทียมกัน พื้นฐาน ท้องถิ่นต้องได้ เอามาขยายให้มากขึ้น มีรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า วันนี้พื้นฐานยังต่างอยู่ ยังไม่ครบ ต้องทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าขึ้น ในระบบโลจิสติก ออกสู่ตลาดให้ได้ การขนส่งอย่าไปมองเรื่องคนอย่างเดียว ต้องมองผลประโยชน์ข้างทางด้วย
"รัฐบาลผมถือเป็นรัฐบาลที่ใจดีที่สุดในโลก ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ เพราะผมทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทุกคน อย่ารังเกียจทหาร อย่ารังเกียจรัฐบาล ผมป็นนายกฯมา 3 ปี แก่หง่อมเลย ไม่ต้องรักผม แต่รักประเทศชาติ รักผมน้อยๆ แต่รักนานๆ" นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย ก่อนลงจากเวที
จากนั้นนายกฯพร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น 8 ด้าน ประกอบด้วย ผลงานด้านเกษตรและอาหาร ผลงานวิจัยด้านสุขภาพ ผลงานวิจัยด้านวัสดุและพลังงานในอนาคต ผลงานวิจัยด้าน Education for all ผลงานวิจัยด้าน Bio economy ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม ICT โครงการขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ KKSmart City และอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) รวมทั้งสิ้นกว่า 39 โครงการวิจัยและนวัตกรรม อาทิ โครงการวิจัยไหม งานวิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี สมุนไพรฟ้าทะลายโจรต้านเชื้อไวรัสเริม และไวรัสมะเร็งปากมดลูก โครงการวิจัยการใช้ประโยชน์จากไม้ยางนาเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน อาหาร ยาและเวชสำอางของชุมชน การพัฒนาการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์เพื่อนักเรียนทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลิตพลังงานทดแทนจากอ้อยและของเสียจากอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โครงการ สมาร์ทเลิร์นนิ่ง พัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรม โครงการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขและการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และโรงงานต้นแบบผลิตวัสดุ นาโนซิลิกอน สร้างแบตเตอรี่จากแกลบ ผลงานวิจัยด้านวัสดุ และพลังงานในอนาคต โดยโครงการวิจัยและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นล้วนเป็นไปเพื่อขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายรัฐบาล “ประเทศไทย 4.0”
จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางไปสหกรณ์โคนมขอนแก่นที่บ้านซำจาน ตำบลบ้านค้อ อ.เมือง ขอนแก่น เพื่อติดตามผลงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ผ่านระบบสหกรณ์ของ จ.ขอนแก่น และการพัฒนาการเกษตรด้านอื่นๆ อันจะนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร ซึ่งนายกฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้กลุ่มสหกรณ์ดังกล่าวเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 5 แปลง (ส.ป.ก. 4 – 01) ตลอดจนมอบโรงรวบรวมผลิตน้ำนมดิบและโรงผสมอาหารสัตว์ให้กับสหกรณ์โคนม ขอนแก่น จำกัด พร้อมงบประมาณสนับสนุนโครงการธนาคารโคนมทดแทน และโครงการยางพาราในหน่วยงานภาครัฐพื้นปูพื้นโรงเรือนโคนม
นอกจากนี้ นายกฯได้กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับและเยี่ยมชมนิทรรศการประกอบด้วย ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ผลงาน Young Smart Farmer การบริหารจัดการน้ำการ Zoning by Agri – map และการทำเกษตรแปลงใหญ่ โครงการผักปลอดสารพิษ และการจัดตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีขอนแก่น ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน.



