
คสช.ไฟเขียว ม.44 ปลดล็อกเช่าที่ส.ป.ก.ใน 3 กิจการ
คสช.ไฟเขียวม.44 ปลดล็อกการเช่าที่ส.ป.ก.3.6 พันไร่ ใช้ใน 3กิจการ
การประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันที่ 20 มิ.ย.60มีมติเห็นชอบในหลักการในการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมาตรา 44 เพื่อปลดล็อกการใช้ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กิจการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม และกิจการสำรวจเหมืองแร่
คำสั่งดังกล่าวเฉพาะในพื้นที่ ซึ่งเอกชนมีสัญญาผูกพันกับรัฐจากการที่ได้มีการขออนุญาตในการดำเนินการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.และมีการดำเนินมาแล้วซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 3,695 ไร่ หรือคิดเป็น 0.09% ของที่ดิน ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 41 ล้านไร่
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการออก ม.44 เพื่อแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ไม่ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.และที่ประชุมฯได้มีข้อสรุปร่วมกันว่าในการอนุมัติให้เอกชนมีการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ให้เป็นการพิจารณาเป็นกรณีๆ โดยต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งมีการกำหนดค่าตอบแทนที่ดินที่จะให้กับเกษตรกรและการพัฒนาเกษตรกรอย่างชัดเจน การกำหนดแผนงานคืนประโยชน์ให้กับสังคม และแผนการฟื้นฟูที่ดิน ส.ป.ก.หลังจากมีการใช้ประโยชน์เป็นระยะๆ
“ที่ประชุม คสช.ได้มีการหารือและสอบถามถึงแนวทางแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น แนวทางการแก้ไขนิยามของการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งจะใช้ระยะเวลานาน หรือการเพิกถอนที่ดิน ส.ป.ก.ก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดเหมือนกับการสาดน้ำหมึกลงกระดาษ และยังมีประเด็นเรื่องของการถอนสภาพที่ดิน ส.ป.ก.แล้วจะกลายเป็นที่ดินราชพัสดุทำให้เกษตรกรที่ใช้ที่ดินในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่มีปัญหาเสียประโยชน์ไปด้วย ที่ประชุมฯจึงได้ข้อสรุปว่าการใช้ ม.44 ในการแก้ปัญหานี้เหมาะสมที่สุดโดยคำสั่งฉบับนี้จะมีการประกาศต่อไปเมื่อมีการประกาศแล้วจะกิจการของเอกชนที่มีการหยุดชะงักตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดไปก่อนหน้านี้ก็จะสามารถกลับมาดำเนินการได้ในทันที” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
ด้านนายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ส.ป.ก.จะเร่งออกกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันหลังจากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้ใช้ม.44 เปิดทางให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศได้ หลังจากนั้นเมื่อมีผู้มาขอใช้พื้นที่ ส.ป.ก. จะพิจารณาตามขั้นตอนของ พระราชบัญญัติ(พรบ.) การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518
“ขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข จะเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะนี้ไปด้วย”
นายสมปอง กล่าวว่า การใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะจะครอบคลุมกิจกรรมด้านพลังงานลม ปิโตรเลียม เหมืองแร่ ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายกรณี ตามขั้นตอนที่มีอยู่ ที่สำคัญการลงทุนต้องให้ผลตอบแทนกับส.ป.ก. รายได้จะสมทบกับกองทุนการปฏิรูปที่ดิน เพื่อใช้ประโยชน์กับเกษตรกรในเขตปฏิรูป และเกษตรกรที่ถือครองที่ดินอยู่ต้องได้รับประโยชน์จากนักลงทุนในทางตรงด้วย
“ในขณะนี้ผมยังไม่เห็นรายละเอียดของมติ ครม. และการพิจารณาจะยึดหลักเกณฑ์ที่ออกมาใหม่นี้เป็นหลัก การทำงานจะมีความชัดเจนขึ้น แต่จะไม่มีการพิจารณาย้อนหลังถึงการลงทุนที่มีมาก่อนหน้า ที่สำคัญทุกโครงการต้องไม่กระทบกับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่และเป็นประโยชน์กับสังคมด้วย” นายสมปอง กล่าว
ส่วนพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนขณะนี้ได้สั่งการให้ ส.ป.ก.จังหวัด ออกสำรวจแล้ว โดยในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีจุดใดบ้าง แต่ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว



