
โจรวิงวอนตร.อย่าจับเข้าคุกเลยเหตุเคยงัดบ้านผู้คุมเรือนจำ
ติดคุกไม่เข็ดออกมาได้ตระเวนงัดบ้านขโมยของมีแค่าแม้แต่บ้านผู้คุมเรือนจำก็ไม่เว้น สุดท้ายถูกจับตัวได้อ้อนตำรวจอย่าดำเนินคดีเลยกลัวผู้คุมอย่างแรง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี แถลงข่าวจับกุม นายเฉลิมชัย เบ้าหล่อเพชร อายุ 27 ปี ชาวจ.อุดรธานี พร้อมของกลาง เครื่องตัดหญ้า 1 เครื่อง ทีวีสี 32 นิ้ว 1 เครื่อง ปั๊มน้ำ 1 เครื่อง สว่านไฟฟ้า 10 ตัว ลูกหมูตัดเหล็ก 2 ตัว ปั๊มลม 1 เครื่อง เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง ตู้เชื่อม 1 เครื่อง คีมตัดเหล็ก 1 ตัว แม่แรง 1 ตัว รถจักรยานยนต์ 2 คัน และ ยาบ้า 10 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ
พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา น.ส.ภาคิณทร์ ชำนาญ อายุ 25 ปี ชาว จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถ.เมืองอุดรธานี ว่าถูกคนร้ายเป็นชาย ขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า เข้าไปขโมยกล้องวงจรปิด 3 ตัว ราคา 6,000 บาท ที่ติดอยู่ในร้านอาหารที่ปิดกิจการไปแล้ว เลขที่ 156/1 ชุมชนหนองขาม ต.หนองบัว อ.เมือง แต่กล่องบันทึกภาพยังอยู่ จึงนำภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะก่อเหตุมาแจ้งตำรวจ
พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวต่อว่า ต่อมา พ.ต.ท.พัฒนศักดิ์ อาณัติอักษร สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ก็คือ นายฉลิมชัย ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ตระเวณลักทรัพย์ในหลายพื้นที่จริง เฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองก่อเหตุมาแล้วกว่า 20 ครั้ง โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อนหน้าเคยถูกจับหลังจากก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เมื่อปี 2558 เพิ่งพ้นโทษเมื่อต้นปี 2560 จากนั้นทำงานรับจ้างทั่วไป ทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ก็นำไปขาย เงินที่ได้มาก็ไปซื้อยาบ้ามาเสพ
นอกจากนี้นายเฉลิมชัยผู้ต้องหา รับสารภาพด้วยว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา งัดบ้านเลขที่ 385/5 ถนนศรีชมชื่น เทศบาลนครอุดรธานี บ้านพักของ นายสมภาพ เพชรสาคร อายุ 42 ปี ผู้คุมเรือนจำกลางอุดรธานี ขโมยเงินไป 100 บาท เพาเวอร์แบงค์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และพระเครื่องจำนวนหนึ่ง ขณะก่อเหตุนายสมภาพเจ้าของบ้านกลับมาเห็น แต่ตนเองหลบหนีไปได้
ทั้่งนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่จับกุม นายเฉลิมชัยได้อ้อนวอนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าอย่าส่งตัวดำเนินคดีเลย เพราะกลัวผู้คุมเรือนจำอย่างมาก เพราะเคยก่อเหตุไว้



