
อย่าให้ความเสื่อมศรัทธาทรุดลงไปกว่านี้
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกครับที่สวนดุสิตโพลสำรวจล่าสุดพบว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความเบื่อหน่ายเรื่องการเมือง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง จนเสี่ยงครับว่าจะทำให้คนไทยทั่วไปเลิกในความเชื่อถือศรัทธาในการเมืองที่มีจริยธรรมที่มีกติ
สวนดุสิตโพลบอกว่า สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ประเด็นความขัดแย้งที่ส่งผลต่อการเมือง ถามคนทั้งหมด 2,216 คน ระหว่างวันที่ 9-12 กันยายน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่คือ 40.38 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกเบื่อการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นความขัดแย้งและความแตกแยกของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง
68.51 เปอร์เซ็นต์ บอกครับว่ามีความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยลดลง ท่ามกลางความขัดแย้งและความแตกแยกนี้ให้เหตุผลว่า รัฐบาลไม่สามารถจัดการ หรือควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ให้ยุติลงได้ และบอกว่า รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพในการบริหารเป็นต้น นี่คือบางเหตุผลที่ผู้ที่ตอบข้อซักถามระบุว่า เป็นเหตุที่ทำให้ความเชื่อถือศรัทธาในการเมืองลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ประชาชนส่วนใหญ่ คือ 35.71 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ถ้าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี จะแก้ปัญหาความแตกแยกด้วยการพยายามทุกวิถีทาง เพื่อหาแนวทางการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติให้กลับมาเหมือนเดิม
26.79 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า จะให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่ลำเอียง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งหมดนี้สะท้อนอย่างเดียวครับว่า คนไทยกำลังไม่เชื่อว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ไทยใช้อยู่ทุกวันนี้มีประสิทธิภาพ หรือน่าเลื่อมใส เพราะคำว่าประชาธิปไตยกลายเป็นการยื้อแย่งอำนาจ กลายเป็นการใช้สิ่งที่ผิดหลักการยุติธรรม และไร้เสียซึ่งจริยธรรม
ฉะนั้นถ้าแนวโน้มเป็นอย่างนี้ต่อไปอันตรายครับ แปลว่าคนไทยจะกลับย้อนไปขอให้เผด็จการ หรือผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวเข้ามาปกครอง บริหารประเทศ ถึงจุดนั้นเขาจะใช้อำนาจอะไร จะใช้อาวุธ จะใช้ความรุนแรง จะใช้แรงกดดดัน จะใช้วิธีบังคับประชาชนอย่างไร ประชาชนก็จะไม่มีทางเลือก ถึงจุดนั้นก็สายเกินไปที่จะให้เชื่อว่า ความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นแตกต่าง และการเคารพในกติกา จริยธรรม ศีลธรรม ความถูกต้องชอบธรรมจะลดหายไป เพราะหมดสิ้นเสียซึ่งความศรัทธาในหลักการที่เห็นอยู่ปัจจุบันครับ



