
ขยายปม'ไอ้โม่ง' ล้วงข้อมูลป.ป.ช.ก่อนบึ้มบ้าน 'วิชา'
ข้อมูลที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอยู่เกี่ยวกับการเข้าไปดูข้อมูลพื้นฐานของ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน โดยข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.อ.และ พ.ต.ท.ก่อนเกิดระเบิดบ้านของ "วิชา มหาคุณ" 1 ในกรรมการ ป.ป.ช.นั้นน่าสนใจยิ่ง เนื่องจากเป็นเวลาคาบเกี่ย
หากเป็นวันเวลาอื่นก็คงไม่ถูกจับจ้องมองและตั้งคำถามเหมือนกับครั้งนี้ เป็นการอยู่ผิดที่ผิดเวลา หรือจงใจให้คิดได้เช่นนั้น จะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตามแต่ ขณะนี้ชุดสืบสวน สน.บางพลัด และกก.สส.น.7 กำลังหาคำตอบอยู่
นับตั้งแต่สิ้นเสียงระเบิด ณ บ้านเลขที่ 250 ซอยสิรินธร 2 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวบนเนื้อที่ 85 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ชุดสืบสวนและตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด บก.ตปพ.ที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบกระเดื่องระเบิดสังหารชนิดขว้างแบบเอ็ม-213 ที่ใช้กับระเบิดเอ็มเค 2 หรือระเบิดน้อยหน่า กับแบบเอ็ม 26 หรือเรียกกันติดปากว่าลูกเกลี้ยง
ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลทุกทาง กระทั่งได้เบาะแสหนึ่งซึ่งก็คือข้อมูลเดียวกับที่ ป.ป.ช.ตรวจพบนั่นก็คือ มีคนเข้าไปดูข้อมูลส่วนบุคคลของ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ในสำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ครั้งแรกเกิดขึ้นตอน 3 ทุ่ม วันที่ 7 กันยายน จากการตรวจสอบรหัสผ่านส่วนตัวพบเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท.คนหนึ่ง แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีตำรวจยศ พ.ต.อ.อีกคนเข้าไปดูข้อมูลเดียวกันนี้
เมื่อได้เบาะแสมาชุดสืบสวนได้ทำหนังสือประสานไปยังสำนักทะเบียนราษฎร เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมด แต่บังเอิญติดวันหยุดสุดสัปดาห์จึงต้องรอไปก่อน
"เท่าที่ทราบมีการใช้รหัสส่วนตัวคีย์เข้าระบบสำนักทะเบียนราษฎร เพื่อตรวจสอบข้อมูลบุคคลของ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน หลายครั้งก่อนเกิดเหตุ ตอนนี้ได้ทำหนังสือส่งไปขอตรวจสอบว่า รหัสที่ว่านี้เป็นของนายตำรวจคนไหน สังกัดใด" หนึ่งในชุดสืบสวนขยายความ
อย่างไรก็ตามมีอีกเบาะแสหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ชุดสืบสวนตรวจพบว่ามีคนใช้ระบบฐานข้อมูล polis ซึ่งเป็นระบบข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลสำคัญๆ ระหว่างหน่วยงานของรัฐต่างๆ เช่น กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็นต้น เข้าไปตรวจดูข้อมูลรถยนต์ของนายวิชา มหาคุณ ล่วงหน้าอย่างผิดสังเกตเช่นกัน
สิ่งที่ชุดสืบสวนยังขบคิดไม่แตกคือ ข้อมูลของนายวิชาทั้งในสำนักทะเบียนราษฎรและระบบ polis มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา หรือทุกครั้งที่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือการครอบครองทรัพย์สินอย่างเช่นรถยนต์ แล้วเหตุใดกลุ่มคนร้ายยังลงมือ ณ บ้านหลังเดิมอีก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านายวิชาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว !?!
"เป็นที่น่าสังเกตนะเพราะนายวิชาย้ายจากบางพลัดไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่คนร้ายก็ยังลงมือที่บ้านหลังเก่า ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว" ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกต
หนึ่งในข้อสรุปอย่างไม่เป็นทางการที่ชุดสืบสวนวางแนวทางเอาไว้ก็คือ เพื่อการข่มขู่หวังผลทางจิตวิทยา ไม่ได้มาดร้ายหมายชีวิตแต่อย่างใด แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหนึ่งในชุดทำงานสืบสวนคนเดิมบอกคร่าวๆ ว่าสัปดาห์นี้น่าจะได้ข้อสรุป !!!
นายวิชาขายบ้านหลังนี้ให้ "ยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง" อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ตั้งแต่ต้นปี 2552 ในราคา 5 ล้านบาท คล้อยหลังไม่นานช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มใช้ปืนยิงใส่ประตูรั้วบ้าน 2 นัด กระทั่งมาเกิดขึ้นอีกครั้งตอนกลางดึกวันที่ 11 กันยายน โดยประชาชนในละแวกใกล้เคียงเล่าให้ชุดสืบสวนฟังว่า ได้ยินเสียงรถกระบะขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดขึ้นที่บ้านของยุวลักษณ์หรือวิชา แรงระเบิดทำให้หลังคาลานจอดรถ กระจกหน้าต่างชั้นล่าง 4 บาน และกิ่งมะม่วงหัก
ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเก็บกระเดื่องที่ใช้กับระเบิดขว้างแบบน้อยหน่าและลูกเกลี้ยงได้ ทำให้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนมีสีร่วมรับรู้เห็น เพราะระเบิดชนิดนี้มีใช้ในราชการทหารและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สอดประสานกับการเข้าไปตรวจดูข้อมูลบุคคลของ ป.ป.ช.โดยนายตำรวจยศ พ.ต.อ.กับ พ.ต.ท.อย่างผิดปกติ ระเบิดครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือลงมือผิดตัว
ขณะนี้ก็เพียงแค่รอว่านายตำรวจปริศนานั้นคือใคร และมีเหตุจำเป็นอันใดที่เข้าไปล้วงดูข้อมูล ป.ป.ช.ระหว่างนี้ชุดสืบสวนที่เหลือก็แสวงหาหลักฐานอื่นๆ มาประกอบสำนวน ทั้งกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงบ้านเกิดเหตุ รวมถึงการจำลองเส้นทางก่อเหตุและหลบหนีของคนร้าย ส่วนจะโยงใยไปถึงใครอื่นอีก หรือจะสะดุดหยุดลงแค่ตรงนี้ อีกไม่นานคงได้รู้
เพราะคดีระเบิดส่วนใหญ่มักไปไม่ถึงไหน มากไปกว่าการวิ่งตามชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย...เท่านั้น !?!



