ข่าว

บทเรียนจากไต้หวัน

บทเรียนจากไต้หวัน

14 ก.ย. 2552

อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน นายเฉิน สุย เปี่ยน วัย 58 ปี ถูกศาลตัดสินได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตพร้อมภรรยา หลังจากพบว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงกองทุนรัฐ ฟอกเงิน รับเงินสินบนและปลอมแปลงเอกสาร และนายเฉิน ฉี ชุง ลูกชายถูกจำคุก 2 ปีครึ่งข้อหาฟอกเงิน ส่วนลูกสะใภ้ถูกตัดสินจ

นายเฉินถูกกล่าวหาว่าใช้ภูมิหลังและตำแหน่งหน้าที่การเงินก่อความเสียหายแก่ประเทศ เป็นเหตุผลให้ศาลลงโทษจำคุกเขาตลอดชีวิต แต่ยังได้สิทธิ์อุทธรณ์ ดูตามสภาพแล้วโอกาสรอดคุกนั้นยาก แม้จะถูกมองว่าเป็นคดีการเมืองก็ตาม นับเป็นกรณีโกงทั้งครอบครัว หรือ “โคตรโกง” ดังเช่นในประเทศไทย

 กรณีนี้สะท้อนให้เห็นการทุจริตคอรัปชั่นในไต้หวัน แต่มีโทษหนัก โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่นายเฉินและสมาชิกครอบครัวได้รับนั้นน้อยกว่าการโกงกินของนักการเมืองในไทย ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องรับโทษ หรือหนีคุกแล้ว หลายรายยังแสดงให้เห็นความร่ำรวยโดยสังคมไม่รับรู้ที่มาที่ไป ดังกรณีนายตำรวจใหญ่หลายนายซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างมั่งคั่งทั้งที่พื้นฐานครอบครัวฐานะไม่ดีมาก่อน

 นอกจากนั้นกระบวนการยุติธรรมและการรักษากฎหมายของไต้หวันไม่รู้เห็นเป็นใจยอมให้ผู้ร้ายลอยนวลอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะการปล่อยให้ใช้อำนาจ และเงินซึ่งโกงกินมา ใช้เป็นทุนบ่อนทำลายบ้านเกิดของตัวเอง ปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นคดี และยังดิ้นรนด้วยการเรียกร้องให้นิรโทษกรรมหมู่เพื่อให้ขบวนการทุรชนการเมืองไม่ต้องรับโทษ และสร้างปัญหาให้บ้านเมืองต่อไปอีก

 นายเฉินอ้างว่าไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม และถูกล้างแค้นทางการเมือง ซึ่งไม่แตกต่างจากกรณีของนักการเมืองไทยซึ่งไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองกระทำ ทั้งๆ ที่ยังมีข้อกล่าวหาและการฟ้องร้องรอการตัดสินของศาลซึ่งยืนยันถึงการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และอำนาจการเมืองแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ครอบครัว และเครือข่ายพวกพ้อง สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองอย่างมหาศาล และยังพยายามติดสินบนคนในกระบวนการยุติธรรม ถูกจับได้ไล่ทันก็ยังด้านหน้าไม่ยอมรับผิด

 กรณีของไต้หวันต่างจากประเทศไทยก็คือ ไม่มีขบวนการต่างๆ ทั้งในและนอกสภาพยายามใช้วิธีต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิดจนถึงขั้นล้มรัฐบาลและบ่อนทำลายบ้านเมืองอย่างเปิดเผย และเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนหนึ่งรู้เห็นเป็นใจ ร่วมขบวนการเดียวกัน คงเป็นเพราะนายเฉินไม่มีทรัพย์สินถูกอายัดจำนวนมาก และใช้เป็นเหยื่อล่อให้ผู้ละโมบทั้งหลายยอมทรยศต่อประชาชนและความรับผิดชอบเพียงเพื่อหวังได้ส่วนแบ่ง แม้บ้านเมืองจะล่มจมก็ตาม