มุ่งมั่นทำโครงการดีๆ เพื่อส่วนรวมตามรอยในหลวง ร.9
เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.มีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อมาเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ
วันที่ 19 มิถุนายน บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพของประชาชน วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.มีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อมาเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ จำนวนไม่น้อยพกพาร่มมากางกันแดดท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน
น.ส.เดือนฉาย กันใสย์ อายุ 41 ปี ชาวยโสธรที่มาตั้งรกรากอยู่กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมเพื่อนชาย นายสก็อตต์ ฮอลล์ ชาวอเมริกันวัย 54 ปี โดยวางแผนมากราบสักการะพระบรมศพนานแล้ว แต่เวลายังไม่อำนวย วันนี้เคลียร์งานทุกอย่างจึงพร้อมใจกันเดินทางมา ทันทีที่ได้เข้าไปข้างในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ตัวเองก็เหมือนเป็นลูกของในหลวง ร.9 คนหนึ่งไม่ต่างจากคนไทยทั่วไป ได้รับการปลูกฝังให้รักสถาบันตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าตอนอายุประมาณ 10 ขวบ มีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมคุณย่า ตอนนั้นพระองค์เสด็จฯ ไปทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดในหมู่บ้าน ได้ชื่นชมพระบารมีครั้งแรกในชีวิต ต่อมาเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็ได้รับเสด็จฯ อีกครั้งที่ท้องสนามหลวง เป็นวันพ่อ ตื้นตันใจทุกครั้ง แม้วันนี้พระองค์จะไม่อยู่แล้ว แต่รู้สึกว่าท่านประทับอยู่ในใจเราเสมอ พยายามใช้ชีวิตโดยยึดคำสอนของท่าน เป็นคนดี ขยั่นหมั่นเพียร ไม่เบียดเบียนใคร และอยู่อย่างพอเพียง
ด้านนายสก็อตต์ ฮอลล์ นักวิจัย บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง บอกว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาร่วมแสดงความอาลัยพระมหากษัตริย์ของชาวไทย ตัวเองเคารพและศรัทธาในหลวง ร.9 มานานแล้ว ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่มาทำงานอยู่เมืองไทย ได้อ่านหนังสือศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ทำให้ทราบว่าพระองค์เสด็จฯ ไปยังต่างจังหวัดและที่ที่ยังไม่เจริญ เพื่อนำความรู้ วิทยาการใหม่ๆ ไปให้ นอกจากนี้ยังนำน้ำ เขื่อน ต้นไม้ ปลา ไปให้ประชาชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทำให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้า เป็นเรื่องราวน่าประทับใจมาก
นางสาวกรรณิกา ศิริแสน อายุ 37 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพฯ กล่าวภายหลังเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า วันนี้พาแม่กับหลานสาวซึ่งเดินทางมาจาก จ.บุรีรัมย์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นทุกอย่าง ทั้งเรื่องความเสียสระ วิริยะ อดทน ท่านทรงเป็นแบบอย่างทั้งทางโลกและทางธรรมให้กับพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง พระองค์ทรงทำทุกอย่างเพื่อทุกคน และที่ตั้งใจมาในวันที่ 19 มิ.ย.นี้เพราะตรงกับวันเกิดพ่อของตนเอง จึงถือโอกาสนี้มากราบพระองค์ท่านด้วยเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
"หนูก็ยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ทั้งความเสียสระ อดทน และการให้ หนูเคยไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ที่ทีลอซู จ.ตาก เห็นนักเรียนยากจนไม่มีเสื้อกันหนาวใส่ จึงถอดหมวกและผ้าพันคอให้เด็ก และให้เงินจำนวนหนึ่งแก่ครู และคิดมาตลอดว่าสักวันจะกลับมาโรงเรียนนี้อีกครั้ง หลังจากนั้นก็ร่วมกับเพื่อนพยาบาล จัดโครงการแฮปปี้ฟอร์กิ๊ฟ เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจน ด้วยการทำเสื้อยืดจำหน่ายได้เงิน 8 หมื่น นำเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียน และที่เหลือจัดเป็นทุนการศึกษา 30 ทุนๆละ1,000 และ 500 บาท โดยนำไปมอบให้กับ ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ส่วนปีนี้กำลังเตรียมโครงการช่วยเหลือเด็กที่ขาดอุปกรณ์และขาดทุนทรัพย์ทางการศึกษาในภาคเหนือ ที่หนูอยากทำโครงการนี้เพื่อตามรอยพ่อและเพื่อพระองค์ท่าน เพราะท่านไปทุกที่แม้ในถิ่นธุรกันดาร" พยาบาลสาว กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 31,837 คน รวม 228 วัน มียอดสะสม 7,768,728 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งสิ้น 604,917,640.01 บาท



