
กกต. มีมติ ส่งสอบจริยธรรม "ธีรวัฒน์" ให้ป.ป.ช.
กกต. มีมติ ส่งปม ตรวจสอบจริยธรรม “ธีรวัฒน์” ให้ ป.ป.ช.สอบต่อ หลังรัฐธรรมนูญ 60 ประกาศใช้ ระบุ เป็นอำนาจป.ป.ช
18 มิ.ย.60 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องการตรวจสอบจริยธรรมของนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจพรรคการเมือง จากกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยว่า นายธีรวัฒน์มีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ดำเนินการแทน เนื่องจากเห็นว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันมาตรา234 (1)บัญญัติให้การตรวจสอบการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงเป็นอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินดังรัฐธรรมนูญ 2550
ทั้งนี้ก่อนการมีมติดังกล่าวนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามที่ที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 มีมติเห็นชอบ โดยมีนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นประธาน แต่ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่เมื่อวันที่ 6 เม.ย.60 และคณะกรรมการที่มีการตั้งขึ้นยังไม่ได้มีการประชุม ทางสำนักกฎหมายของสำนักงานกกต. จึงเสนอประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งก็มีความเห็นว่าการตรวจสอบจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอำนาจของป.ป.ช. กกต.จึงสามารถที่ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ป.ป.ช.ดำเนินการได้
นอกจากนี้ตามกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 ผู้ตรวจการแผ่นดินโดยนายศรีราชา วงศารยางค์กูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินในขณะนั้น ได้มีหนังสือแจ้งมติที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินที่เห็นธีรวัฒน์ มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อเนื่องจนดำรงตำแหน่งกกต.จริง ตามที่ประธานสภาพัฒนาการเมืองได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบมายังประธานกกต.ในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายธีรวัฒน์
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบกกต.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกกต. กกต.จังหวัด และพนักงานกกต.พ.ศ. 2551 แต่ติดขัดในเรื่องการหาบุคคลมาทำหน้าที่กรรมการสอบสวนที่ต้องมีคุณสมบัติสูงกว่าหรือเทียบเท่ากับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตจากองค์กรต้นสังกัด จึงทำให้การแต่งตั้งล่าช้าและเมื่อได้ตัวบุคคลมาทำหน้าที่ก็มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ที่บัญญัติให้อำนาจในการไต่สวนเรื่องมาตรฐานจริยธรรมเป็นของป.ป.ช.โดยตรง กกต.จึงมติส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ป.ป.ช.ดำเนินการ.



