ข่าว

นศ.สาวเทคโนโลยีแจ้งจับ5รุ่นพี่รับน้องทำฟันหัก

นศ.สาวเทคโนโลยีแจ้งจับ5รุ่นพี่รับน้องทำฟันหัก

13 ก.ย. 2552

นศ.สาวเทคโนโลยี แจ้งจับรุ่นพี่ปีสอง 5 คน รับน้องเกิดเหตุ เผยถูกเรียกรวมแถว ให้ลุกยืนแก้ง่วง แต่หิวข้าวเป็นลมหมดสติร่างฟาดฟื้น ฟันหักเย็บ 15 เข็ม เผยหลังส่ง รพ. ทางคณะมอบเงินช่วยค่ารักษา แต่เมื่อหายดีกลับไปเรียน กลับถูกรุ่นพี่กดดัน มองเป็นตัวประหลาด แถมมหา

 เหตุการณ์รุ่นน้องแจ้งจับรุ่นพี่รับน้องเกิดเหตุเปิดเผยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 กันยายน นายธงไทย เทพสุวรรณ อายุ 41 ปี ได้พา น.ส.สุทธินันท์ เทพสุวรรณ อายุ 18 ปี น้องสาว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.สมศักดิ์ หอมยศ ร้อยเวร สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีนักศึกษารุ่นพี่ เนื่องจากรับน้องเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บฟันหน้าหักและเย็บที่ริมฝีปากรวม 15 เข็ม

 นายธงไทยให้การว่า น.ส.สุทธินันท์ น้องสาวเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกรุ่นพี่ปี 2 รับน้องเกินกว่าเหตุ โดยเหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา รุ่นพี่ปี 2 เป็นหญิงมีด้วยกัน 5 คน ได้นัดเด็กปี 1 กว่า 50 คน ซึ่งรวมถึงน้องสาวมารวมแถวที่ใต้อาคารเรียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งวันนั้นน้องสาวเพิ่งเสร็จจากการเรียนวิชาว่ายน้ำที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย จึงทำให้ไม่ทันได้กินข้าว

 ทั้งนี้ขณะรวมแถว รุ่นพี่ได้อบรมรุ่นน้องเรื่องความประพฤติที่ไม่เหมาะสมจากการไปเข้าค่ายคุณธรรมที่เพิ่งผ่านพ้นมาก่อนหน้านี้ 1-2 วัน เมื่อนั่งฟังการอบรมได้สักพักนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เริ่มเกิดอาการง่วงซึมและอ่อนเพลีย รุ่นพี่ปี 2 จึงสั่งให้ลุกขึ้นในท่ายืนเพื่อแก้ง่วงประจำของคณะ คือ การยืนเอามือไพล่หลัง

  อย่างไรก็ตามหลังจากกลุ่มรุ่นน้องยืนอยู่ได้ประมาณ 10 นาที น้องสาวเป็นลมหมดสติล้มทั้งยืน มารู้สึกตัวอีกทีพบว่า มีรุ่นพี่ปี 4 คณะเดียวกัน 2 คนช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลสยามราษฎร์ ต่อมากลุ่มรุ่นพี่แจ้งผู้ปกครองให้รับทราบและพบว่า น้องสาวบาดเจ็บริมฝีปากล่างซ้ายแตก ฟันหน้าด้านซ้ายหักและโหนกแก้มบวมช้ำ แพทย์ต้องเย็บบาดแผลที่ด้านนอกริมฝีปากล่าง 7 เข็มและริมฝีปากด้านในอีก 8 เข็ม ต้องเอกซเรย์สมองและนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 4 คืน ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม ตอนนี้ก็ยังต้องเข้ารับการรักษารากฟันและครอบฟันอย่างต่อเนื่องทั้งหมดรวม 3 ซี่ ซึ่งต้องใช้เงินรักษาเป็นจำนวนมาก

 นายธงไทยกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้พาน้องสาวไปลงบันทึกประจำวัน และให้ตำรวจเดินทางไปเป็นพยานเพื่อพูดคุยกับฝ่ายอาจารย์ ต่อมานักศึกษาพร้อมอาจารย์ได้รวมกันมอบเงินให้ 1 หมื่นบาท แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อน้องสาวอาการดีขึ้น และกลับไปเรียน แต่กลับถูกกดดัน รุ่นพี่ต่างมองเป็นตัวประหลาด ทำให้น้องสาวอึดอัดและตัดสินใจว่าจะลาออก ไม่เรียนที่มหาวิทยาลัยนี้อีก จึงพาเข้าแจ้งความเพื่อจะให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะตอนที่พาตำรวจไปเป็นพยานไกล่เกลี่ยครั้งแรกนั้น อาจารย์รับปากว่าจะช่วยเหลือเต็มที่ แต่มาถึงตอนนี้มหาวิทยาลัยกลับไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ ต่อเรื่องที่เกิดขึ้น 

 ด้าน น.ส.สุทธินันท์กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะลาออกนี้ทำให้เสียเวลาในการเรียนไป 1 ปี แต่ก็พร้อมจะรับ เนื่องจากทราบจากเพื่อนรุ่นเดียวกันว่าขณะเกิดเรื่องและหมดสติไปนั้น รุ่นพี่ปี 2 ไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่อย่างใด ทั้งที่มีรถยนต์ส่วนตัวจอดอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ

   "กระทั่งรุ่นพี่ปี 4 มาพบเห็นจึงเกิดการโต้เถียงกัน ซึ่งรุ่นพี่ปี 2 ยังพยายามที่จะขัดขวางรุ่นพี่ปี 4 ไม่ให้นำดิฉันส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้การนัดรวมแถวของรุ่นพี่ปี 2 กลุ่มนี้เป็นการนัดหมายกันเป็นการภายใน ไม่เป็นที่รับทราบจากทางคณะ ทั้งอาจารย์และรุ่นพี่ทุกชั้นปีโดยเฉพาะปี 4 ซึ่งมักจะเข้ามาควบคุมดูแลการรับน้องอยู่เป็นประจำ ดิฉันและคนในครอบครัวจึงเข้ามาแจ้งความต่อตำรวจเพื่อจะให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่ทั้ง 5 คน" น.ส.สุทธินันท์กล่าว 

  ด้าน ร.ต.ท.สมศักดิ์กล่าวว่า หลังสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อรุ่นพี่ทั้ง 5 คนที่เกี่ยวข้องว่ากระทำการอันประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต้องเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเท่าที่ทราบนั้นรุ่นพี่ทั้ง 5 คนได้สั่งให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นรุ่นน้องลูกขึ้นยืนเพียง 1 ครั้ง แต่เมื่อประกอบกับที่ผู้เสียหายร่างกายอ่อนเพลียจากการไปเรียนว่ายน้ำมาจึงทำให้หมดสติล้มลง  อย่างไรก็ตามการสั่งการให้ลุกนั้นได้มีการบังคับให้รุ่นน้องใช้มือไพล่หลังซึ่งอาจจะทำให้ล้มลงไปได้รับบาดเจ็บโดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้