
โชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9
โชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9 ที่มีพ่อหลวงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด
นางเมตตา พึ่งเพ็ง (แถวหลังที่ 3 จากขวา)
นางเมตตา พึ่งเพ็ง อายุ 40 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เปิดเผยว่า ลูกหลานที่จังหวัดพิษณุโลกอยากเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เพราะเด็กๆ เห็นพระราชกรณียกิจของพ่อหลวงผ่านทางทีวี เห็นพ่อหลวงทรงงานหนักเพื่อประชาชน เด็กๆ ก็รู้สึกประทับใจและรักพ่อหลวง ส่วนคุณยายอายุมากแล้วเดินทางมาไม่ไหว จึงให้ลูกหลานมาเป็นตัวแทนเข้ากราบสักการะพระบรมศพในครั้งนี้
“เราจะสอนให้ลูกหลานได้ศึกษาพระราชประวัติของพ่อหลวง ให้รู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9 ที่มีพ่อหลวงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย เราเทิดทูนและศรัทธาพ่อหลวงจากสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อคนไทย และเป็นแบบอย่างคุณธรรมที่ดีให้เยาวชนไทยได้ปฎิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประหยัด เราจะสอนให้ลูกหลานใช้สอยอย่างประหยัด เสื้อผ้าต้องใช้จนกว่าจะใส่ไม่ได้ ดินสอ อุปกรณ์การเรียนต้องดูแลรักษาให้ดี รวมทั้งให้ตั้งใจเรียน เพื่อโตมาเป็นคนดี มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ สำหรับตัวเองได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และตั้งใจจะมาอีกเรื่อยๆ พร้อมจะอาสาหากคนที่รู้จักไม่กล้ามาคนเดียว หรือเดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่รู้จักถนนหนทางก็จะอาสามาเป็นเพื่อน เพราะทุกครั้งที่มาไม่เคยรู้สึกเหนื่อย แต่รู้สึกตื้นตันใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสได้เข้ากราบพระองค์ท่าน" นางเมตตา กล่าว
นางสุวรรณี ดอนฉิมพลี (ที่ 3 จากขวา)
นางสุวรรณี ดอนฉิมพลี อายุ 45 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาล เนินสง่า อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เพิ่งจะได้มีโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก และวันนี้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ โดย ผอ.โรงพยาบาลได้อนุญาติให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพพร้อมอนุญาติให้ใช้ตู้เดินทางมาโดยไม่ถือเป็นวันลา รวมจำนวน 3 ครั้งๆ ละ 20 คน และได้ออกเดินทางกันมาตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 16 มิ.ย.และมาถึงสนามหลวงประมาณ 05.00 น. ก็ได้เข้ากราบพอดี
“ปลื้มใจมากไม่คิดว่าจะได้มา คิดถึงพระองค์ท่านที่ผ่านมาไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเลยเคยเห็นแต่ในทีวี แต่ก็รักพระองค์ท่านมาก เพราะเกิดมาก็เห็นภาพพระองค์เสด็จฯ ไปดูแลช่วยเหลือราษฎรตามชนบท ท่านทรงทำให้เห็นในเรื่องความอดทนและความเสียสละ ถึงแม้ฝนจะตกแดดจะร้อนรถเข้าไม่ถึง พระองค์ก็ทรงพระดำเนินเข้าไปหาประชาชนเห็นแล้วรู้สึกประทับใจ อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลเนินสง่าถือเป็นโรงพยาบาลในชนบท จึงได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยการอยู่แบบพอเพียงตามรอยของพระองค์” นางสุวรรณี กล่าว



