
รฟม.เล็งใช้สถิติอุบัติเหตุก่อสร้าง เป็นเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้า
รฟม.เล็งใช้สถิติอุบัติเหตุก่อสร้าง เป็นเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้า
นายภคพงษ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. อยู่ระหว่างพิจารณานำเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยมาใช้เป็นเกณฑ์การประมูลโครงการ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่สั่งให้ทุกหน่วยงานหาแนวทางการยกมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการต่างๆ
ที่ผ่านมา รฟม. ได้นำเรื่องการฟ้องร้องคดีและการทิ้งงานมาพิจารณาคุณสมบัติของเอกชนที่มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอด้านราคา แต่ในอนาคตจะนำเกณฑ์เรื่องสถิติอุบัติเหตุมาร่วมพิจารณาด้วย โดย รฟม. จะเริ่มเก็บสถิติอุบัติเหตุและมาตรฐานความปลอดภัยของเอกชนที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นบริษัทฯ ที่เข้าร่วมประมูลเป็นเอกชนรายใหม่และไม่เคยมีผลงานกับ รฟม. มาก่อน ก็จะพยายามรวบรวมสถิติจากโครงการในอดีตมาพิจารณา
“รฟม. อยู่ระหว่างหารือกับผู้รับเหมาและพิจารณานำเรื่องความปลอดภัยมาใช้เป็นเกณฑ์ประกวดราคา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้เป็นเกณฑ์ด้านคุณสมบัติ หรือจะใช้เป็นคะแนนถ่วงน้ำหนักร่วมกับข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา ซึ่งคาดว่าอีก 1 เดือนจึงจะรู้ผล โดยมาตรการนี้จะใช้กับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นสายสีส้ม ม่วงใต้ น้ำเงินส่วนต่อขยาย” นายภคพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ยอมรับว่าอุบัติเหตุจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าของ รฟม. เพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุกับบุคคลที่ 3 หรือประชาชนทั่วไปประมาณ 4-5 ครั้ง สาเหตุเกือบทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของบุคคล (Human Error) เพราะหน่วยงานต่างๆ ของไทยมีเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ค่อนข้างครอบคลุมแล้ว แต่ผู้รับเหมามักละเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่สวมอุปกรณ์ต้องกันขณะปฏิบัติงาน
รฟม. จึงอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการคุมเข้มเรื่องความปลอดภัย เบื้องต้นอาจจะมีบทลงโทษผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการควบคุมงานก่อสร้างขณะนั้น แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากอาจต้องลงโทษถึงผู้รับเหมา เพราะแสดงว่าผู้รับเหมาไม่ได้กำชับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยให้พนักงานของตัวเอง ซึ่งบทลงโทษสูงสุดคืออาจให้งดเข้าร่วมประมูลงานของ รฟม. เป็นการชั่วคราว
โครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. ที่เตรียมเปิดประมูลต่อจากนี้ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง23.6กิโลเมตร วงเงิน1.31แสนล้านบาท, 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน (บางขุนนนท์)-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ ระยะทาง 16.4กิโลเมตร วงเงิน1.09แสนล้านบาทและ 3.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 มูลค่า 21,197 ล้านบาท



