ข่าว

ร่วมส่งศิลปะไทยไปถิ่นพระพุทธภูมิ

ร่วมส่งศิลปะไทยไปถิ่นพระพุทธภูมิ

24 ก.พ. 2552

ในฐานะที่ประเทศไทยน้อมรับเอาศาสนาพุทธ ซึ่งถือกำเนิดในประเทศอินเดียมายึดถือปฏิบัติ

  ดังนั้นเพื่อฟื้นฟูและนำพระพุทธศาสนาคืนกลับสู่พระพุทธภูมิ อีกทั้งเพื่อเป็นพุทธบูชาในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา และทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี พ.ศ.2542 ที่ผ่านมานั้น พุทธบริษัทชาวไทยจึงร่วมใจก่อสร้างวัดไทย ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า "วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์" และพระมหาเจดีย์ พระนามว่า "พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา" ขึ้น ในเมืองกุสินารา ณ ปริมณฑลพุทธปรินิพพาน


 ทั้งนี้ เพื่อตกแต่งภายในพระอุโบสถให้สวยงาม จึงมี โครงการเขียนภาพจิตรกรรมฝาหนังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ขึ้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพเขียนในหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก จำนวน 16 ภาพ และภาพพระราชกรณียกิจ 6 ภาพ เป็นต้นแบบในการวาด พร้อมกันนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานโครงการดังกล่าวด้วย


 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในฐานะประธานฝ่ายจัดหารายได้โครงการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาทิ น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ฯลฯ ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ เพื่อให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์ตามกำลังศรัทธา ที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อวันก่อน


 ภายในงาน ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเล่าว่า หลังจาก น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรมไทย ผู้รับผิดชอบโครงการ ศึกษารายละเอียดแล้ว และมีความเห็นว่า ภาพจากพระราชนิพนธ์พระมหาชนกนั้น เป็นภาพประกอบหนังสือซึ่งวาดเป็นตอนๆ อีกทั้งยังวาดโดยศิลปินหลายท่าน จึงไม่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระได้ครบถ้วน จึงควรใช้วิธีจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยดั้งเดิม ซึ่งนอกจากจะได้รายละเอียดครบถ้วนแล้ว ยังจะเป็นการเผยแพร่ศิลปะไทยในต่างแดนด้วย ก็มอบหมายให้ มณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกร 6 กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ


 ทั้งนี้ มณเฑียร ผู้รับหน้าที่เขียนภาพฝาผนังในพระราชนิพนธ์มหาชนกทั้ง 39 ตอน เล่าถึงการทำงานแบบสั้นๆ ว่า แบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอน ได้แก่ การออกแบบร่างสเก็ตช์ โดยทางด้านขวามือของพระประธานจะเป็นเรื่องราวของพระมหาชนกชาดกเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ส่วนทางด้านซ้ายมือของพระประธานจะเป็นเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงงานด้านการศึกษา การเกษตร ความเพียร เป็นต้น


 "ส่วนขั้นต่อมาเป็น การลงสี ซึ่งเน้นสีโทนเย็น ขณะที่สีโทนร้อนจะใช้เฉพาะจุดสำคัญเท่านั้น แล้วจึงเป็นขั้นการเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับขั้นตอน การขยายแบบให้เท่าจริงทั้ง 3 ด้าน ก่อนจะนำเอาไป ลงในผ้าเขียนและระบายสี จริง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน ก่อนนำไปติดตั้งโดย การผนึกภาพติดกับฝาผนัง ซึ่งต้องใช้ความพิถีพิถันอย่างมาก โดยเฉพาะการ ซ่อมและต่อผ้าให้เรียบเนียนเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน"  จิตรกรหนุ่มกล่าว


 ทั้งนี้ ประธานฝ่ายจัดหารายได้กล่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาว่า สามารถร่วมบำเพ็ญมหากุศลตามกำลังทรัพย์ในโครงการนี้ได้ โดยโอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในชื่อบัญชี "โครงการจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย" บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ สาขาสวนจิตรลดา เลขที่บัญชี 067-211720-9 หรือสอบถามรายละเอียดที่ 0-2223-0260 โดยผู้บริจาคตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปจะได้รับของที่ระลึกด้วย