
"วุฒิสภา"พร้อมถกงบปี53วันจันทร์นี้
"วุฒิ" พร้อมถกงบปี 53 วันจันทร์นี้ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง ติงจัดทำงบยังซ้ำซ้อน-ขาดภาพรวมแผนงานลงทุน
(13ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 14 กันยายน ที่ประชุมจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 จำนวน งบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาฯได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการ ฯได้จัดทำรายงานจำนวน 19 หน้าพร้อมข้อสังเกต โดยในส่วนของในส่วนของ นโยบายและการบริหารจัดการงบประมาณปี 53 นั้นคณะกรรมาธิการเห็นว่า การจัดทำงบประมาณ ยังขาดการบูรณาการ เหมือนปี 2552 อาทิ งบด้านการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ งบการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระจายทุกกระทรวง กรม ที่ขาดแผนรวมที่จะเป็นตัวเชื่อมให้เห็นภาพรวมของการพัฒนา นอกจากนี้การจัดทำงบปี 53 ยังขาดภาพรวมของแผนงาน และงบลงทุนของหน่วยงานสำคัญ เพราะงบลงทุนส่วนใหญ่ไปอยู่ในพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2552 และร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2552 และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดภารกิจที่ต้องถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ 2542
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้รายงานยังระบุถึงการจัดสรรงบประมาณไปยังกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ โดยงบประมาณของ สำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคยังขาดรูปธรรมและมาตรการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่มีมาตรการควบคุมการใช้เงินของกองทุนต่าง ๆ ด้านกระทรวงกลาโหม ควรส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตทหารให้มากขึ้น สนับสนุนงบในด้านพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มากขึ้น 3.กระทรวงการคลัง ต้องเน้นให้กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น และให้ร้านค้าปลีกเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐ นอกจากนี้จะต้องวางระบบการตรวจสอบการนำเงินกู้ไปใช้จ่ายตามโครงการต่างๆ ,การเบิกจ่ายงบอย่างมีประสิทธิภาพ
รายงานยังระบุอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศ ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพปัญหาการเมืองที่ประเทศไทยกำลังประสบให้แก่นานาประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ทั้งภาคการลงทุนและการท่องเที่ยว , การให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ในขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวในต่างประเทศที่สำคัญบางแห่งเพิ่มขึ้น การจัดทำแผนบูรณาการการจัดการท่องเที่ยวในประเทศรูปแบบต่างๆที่ครบวงจร ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหารศึกษาของเด็กและเยาวชนด้อยคุณภาพอย่างเป็นระบบ
ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรร่วมมือกับประทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดหาตลาดและพัฒนารูปแบบการบรรจุหีบห่อของผลไม้ สนับสนุนการทำเกษตรปลอดสารพิษ การร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินและมีหลักประกันการถือครองที่ดินให้แก่เกษตรกรในอนาคต สนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมในการกำหนดราคา และหามาตรการป้องกันการกดราคาผลผลิตการเกษตรจากพ่อค้าคนกลาง การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ด้าน.กระทรวงคมนาคม ต้องเร่ง การดำเนินโครงการก่อสร้างระบบขนส่งของ การพัฒนาการขนส่งทางบก ระบบราง และการขนส่งทางน้ำ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำในลักษณะแก้มลิงตามแหล่งน้ำ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ บูรณาการจัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กระทรวงพลังงาน ควรมีแนวทางส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานทดแทน .กระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ การส่งออกพ่อครัวไทย วัตถุดิบ การรักษาตลาดเดิม ขยายตลาดใหม่ การบัญญัติกฎหมายเพื่อควบคุมกิจการค้าปลีกรายใหญ่ ป้องกันการค้าปลีกรายย่อยของไทย 13.กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ การถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การปรับปรุงระบบการคลังท้องถิ่นและพัฒนาศักยภาพการจัดเก็บรายได้
กระทรวงยุติธรรม ต้องมีส่วนร่วมในการตรากฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน 15.กระทรวงแรงงาน ต้องมีมาตรการป้องกันแรงงานไทยถูกหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ ต้องมีมาตรการรองรับเพื่อให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 16.กระทรวงวัฒนธรรม ต้องเน้นการส่งเสริมและ สร้างค่านิยมที่ถูกต้องเกียวกับเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ
17.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควรมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ ให้ประชาชนรับรู้อย่างกว้างขวาง ควรเน้นการสนับสนุนเทคโนโลยี และความรู้ต่างๆ แก่ผู้ประกอบการ ด้านกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเร่งพิจารณาทบทวนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดคุณภาพของระบบการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นให้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน สร้างค่านิยมพลเมืองดี ส่วนระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งการผลิตบุคลากรให้เพียงพอต่อการปฏิบติงานตามนโยบายของรัฐบาล จัดอบรมเพิ่มความรู้ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการพิจารณาต่ออายุสัปทานการทำเหมืองแร่ให้แก่เอกชน ต้องนำผลการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของอุตสาหกรรมต่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มาศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบถึงข้อดี ข้อเสียต่างๆ
ในส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต้องกำหนดนโยบายให้มีการจัดตั้งศาลพิเศษแผนกคดีฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสมกับภารกิจ รวมทั้งควรเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่ข้าราชการตำรวจ 22.หน่วยงานของศาล สำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลปกครองต้องประสานความร่วมมือเรื่องเขตอำนาจศาลให้ชัดเจน
สำหรับหน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำนักงานอัยการสูงสุดต้องประสานความร่วมมือกับเนติบัณฑิตยสภา สภาทนายความ และศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย เพื่อรวมศูนย์การทำงานในการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ต้องจัดสรรงบประมาณและกำลังคน สนับสนุนการดำเนินการด้านการป้องกันให้มากกว่าการปราบปรามอย่างมีนัยสำคัญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องส่งเสริมให้ความรู้ ความเข้าใจด้านประชาธิปไตยแก่ประชาชนทั่วไป



