ข่าว

จำได้ไหม? “แท็กซี่” เหยื่อเหล็กกั้นสะพานกรุงเทพ ใครเยียวยา?

จำได้ไหม? “แท็กซี่” เหยื่อเหล็กกั้นสะพานกรุงเทพ ใครเยียวยา?

17 มิ.ย. 2560

กรณีนายพรหมมา คนขับแท็กซี่ ถูกเหล็กปิดเปิดสะพานกรุงเทพเสียบเข้าที่กระจกหน้าทะลุไปด้านหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส  สิ่งที่ผู้คนตั้งคำถามคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

         

         จากกรณีนายพรหมมา ขันขวา คนขับแท็กซี่ อายุ 67 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกเหล็กปิดเปิดสะพานกรุงเทพเสียบเข้าที่บริเวณกระจกหน้าทะลุไปด้านหลัง จนเป็นเหตุให้บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 60 นั้น

         สิ่งที่ผู้คนตั้งคำถามคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายพรหมมา

         จากการตรวจสอบพบว่า มี 2 หน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ หน่วยงานแรก คือผู้รับผิดชอบการปิดเปิดสะพาน คือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ทางกรมทางหลวงชนบท จะออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ที่นอกเหนือจากประกันและสิทธิของผู้เสียหาย แต่ในส่วนค่าชดเชยอื่นๆ จะเป็นเรื่องของอนาคต ที่ต้องมาคุยกันอีกที

          อีกหน่วยงาน ถือว่าจะเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ2559 คือ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

         นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้ข้อมูลว่า ในกรณีนี้ เป็นคดีอาญา ได้รับความคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ดังนี้

         1.ค่ารักษาพยาบาล จ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน40,000 บาท

         2.ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย และจิตใจ จ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน20,000 บาท

         3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ จะได้รับการเยียวยา ตามอัตราค่าจ้างในท้องที่ของจังหวัดนั้น ไม่เกิน1ปี

         4.ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น จ่ายตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน50,000 บาท (เช่นกรณีที่ก่อให้เกิดความพิการ)

        อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายต้องมายื่นเรื่องที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก่อน ถ้าในกรณีที่ไม่สามารถมายื่นเรื่องด้วยตนเองได้ สามารถให้ญาติมายื่นเรื่องแทนได้ หากไม่ยื่นเรื่องภายใน 1 ปี จะถือว่าหมดอายุความ ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้ ซึ่งตอนนี้ญาติของนายพรหมมา ยังไม่ได้มาติดต่อแต่อย่างใด

        สำหรับนายพรหมมา นั้น ไม่มีลูกแท้ๆ มีเพียงลูกติดภรรยา 2 คน ซึ่งทำงานกันหมดแล้ว ในช่วงที่ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนี้ ผู้ที่คอยมาดูแล และ คอยประสานงานทางกฏหมาย คือ

         นางสาว ลัดดา แซ่ตั้ง ลูกสะใภ้ ของนายพรหมมา เธอเล่าถึงอาการของนายพรหมมา ว่า ถึงวันนี้ยังคงนอนอยู่ในห้องไอซียู สูญเสียตาซ้าย กระโหลกร้าว และสมองบวม แต่ก็เริ่มรู้สึกตัวแล้ว สามารถกระดิกนิ้ว กระดิกเท้าได้ 

          อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า คุณลุงพรหมมา จะไม่ใช่คนหารายได้หลักของครอบครัว แต่หลังจากลุงประสบอุบัติเหตุ ก็ทำให้คนในครอบครัวประสบปัญหา เพราะลูกสะใภ้ซึ่งเปิดร้านขายของต้องปิดร้านเพื่อมาดูแลลุงพรหมมา ทำให้ทางบ้านลำบากมากขึ้น เพราะต้องเสียรายได้จากทั้ง 2 คนไปไม่น้อย

-------

โดย ชนม์นิภา เกเจริญ คมชัดลึกออนไลน์