ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้แดงลพบุรีปาอึแค่หวังสร้างข่าว

อภิสิทธิ์ชี้แดงลพบุรีปาอึแค่หวังสร้างข่าว

13 ก.ย. 2552

ไม่รู้รายละเอียดเสื้อแดงพยายามปลุกกระแสสถาปนารัฐใหม่เคลื่อนไหวม็อบ ชี้มีคนบางกลุ่มจ้องทำลายเสถียรภาพบ้านเมือง ขณะที่เสื้อแดงอุตรดิตถ์บวงสรวงพระยาพิชัยดายหักขอพรก่อนร่วมเดินทางชุมนุม 19 ก.ย.

(13 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ถูกม็อบเสื้อแดงขว้างปาสิ่งปฏิกูลระหว่างลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีว่าคราวที่แล้ว เมื่อต้นปี ที่ตนไปลพบุรี ก็มีการชุมนุมคล้าย ๆ กัน มีคนขว้างปาสิ่งของออกมา คนมาเป็นสิบเป็นร้อย แต่มีคน 1 คนขว้างสิ่งของออกมา ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ตนคิดว่าเขาหวังผลเรื่องข่าวเท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่าเหตุการณ์อย่างนี้ยิ่งตอกย้ำวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงต่อนักการเมืองมากขึ้น นายกฯ กล่าวว่า มากขึ้นหรือไม่ ไม่ทราบ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มาในพื้นที่นั้นประจำ อย่างที่ตนไปลพบุรี 2 ครั้ง อ่างทอง 1 ครั้ง ก็น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

 เมื่อถามว่า ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  ก็ต้องให้ ตำรวจดำนเนินการ เพราะตอนที่เขาขว้างของใส่ ตนก็ไม่เห็น ส่วนที่มีข่าวว่า ตนต้องหยุดพักกลางทางเพื่อล้างรถก็ไม่จริง ที่ขอหยุดรถนั้นก็เพื่อคุยกับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร.

 เมื่อถามว่าเหตุการณ์แบบนี้เหมือนต้องการตีกรอบไม่ให้รัฐบาลลงพื้นที่อีก นายกฯ กล่าวว่า  ตนจะลงพื้นที่ต่อ ไม่มีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ลพบุรี เป็นเขตทหาร แต่ที่เกิดเหตุเพราะทหารไม่พอใจรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า  ไม่ใช่อย่างนั้น พื้นที่ทุกจังหวัดกว้างขวาง ทหารไม่ได้อยู่ทั้งจังหวัด และการดูแลพื้นที่เมื่อวาน เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ดีพอสมควร เพราะสภาพพื้นที่จุดที่ตนไป ทางเข้าออกค่อนข้างแคบ ทำให้บริหารจัดการได้อยาก แต่เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ดี

 เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในจังหวัดอื่นอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า  ไม่มีใครอยากให้เกิด และประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากให้เกิด แต่ตนก็ต้องทำหน้าที่ของตน  ต้องลงพื้นที่ต่อไป

ชี้มีคนบางกลุ่มจ้องทำลายเสถียรภาพบ้านเมือง

 นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่พยายามปลุกกระแสสถาปนารัฐใหม่ว่า เห็นแต่ในข่าว ที่พูดว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเขาพูดว่าอย่างไรบ้าง

 นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากคือ บ้านเมืองกำลังเดินไปข้างหน้า การแก้ปัญหาต่าง ๆ มีความจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการทำงาน เพื่อให้การฟื้นตัวแข็งแกร่ง ส่วนปัญหาทางการเมืองเราพยายามใช้กระบวนการของรัฐสภาในการหาทางออกให้ได้ และรัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นขอให้โอกาสให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ

 "ผมไม่ได้พูดถึงในส่วนรของรัฐบาล แต่พูดถึงบ้านเมืองที่ต้องมีเสถียรภาพ การแสดงออก การเรียกร้องทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย"

 เมื่อถามว่า จะมีเสถียรภาพได้อย่างไร เพราะยังมีการปลุกกระแสเรื่องการปฏิวัติจากคนบางกลุ่ม นายกฯ กล่าวว่า  เป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะจริง ๆ แล้วไม่ควรมีการพูดถึงเรื่องการปฏิวัติ  เพราะที่ผ่านมามีการเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องการเปลี่ยนแปลงโดยการปฏิวัติ

 เมื่อถามว่า เหมือนกับว่ามีความพยายามสร้างโอกาสให้กลับไปเหมือนเมื่อการปฏิวัติ 19 ก.ย.49 นายกฯ กล่าวว่า  ก็อย่างที่ตนบอกว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคงไม่ต้องการให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ โดยอาจหวังผลบางอย่าง เพียงแต่ไม่อยากให้สังคมตกเป็นเหยื่อ ส่วนประชาชน ที่แสดงออกด้วยความสุจริตใจ ก็สามารถทำได้ และขอให้ช่วยกันระมัดระวังดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
 "เมื่อวานผมคุยกับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร.ก็มีความเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่จะมาชุมนุม วันที่ 19 ก.ย.นี้ ไม่ต้องการให้เกิดปัญหา แต่เราก็ต้องระวังเรื่องเหตุแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น"

 เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าเงื่อนไขตอนนี้ แตกต่างจากการปฏิวัติ 19 กย.49  เพราะขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนข้อมูลส่วนนี้อยู่ นายกฯ กล่าวว่า มองไม่เห็นว่าจะเหมือนกันตรงไหน ในขณะนี้กระบวนการของสภา ก็ทำงานได้ตามปกติ และรัฐบาลก็หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง เพียงแต่รัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมาย ส่วนเรื่องคดีความบอกตรง ๆ ว่าเกิดจากความขัดแย้ง ดังนั้นเมื่องมีผลทางคดี ออกมาทางหนึ่งทางใด ก็มีคนไม่พอใจ แต่เราต้องเคารพกติกา และขอยืนยันว่า ในส่วนของรัฐบาลจะดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน

 เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความพยายามโยงเรื่อง ผบ.ตร. และ รมว.กลาโหม กับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับ กองทัพ นายกฯ กล่าวว่า  ยืนยันได้ว่าการทำงาน เป็นไปโดยปกติทุกประการ เมื่อวันศุกร์ รมว.กลาโหม ก็มาที่ทำเนียบรัฐบาล มารับแขกจาก สปป.ลาว กับตน ก็ยังพูดคุยทำงานกันปกติ ด้วยความเข้าใจ ส่วนความรู้สึกส่วนตัวในแง่ของ พล.ต.อ.พัชรวาช วงศ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย รมว.กลาโหม  เราก็ต้องเข้าใจท่าน แต่ว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับการทำงาน เพราะทุกคนต้องเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว และแม้ว่าการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลบางครั้งมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ควรเป็นเงื่อนไขทำให้บ้านเมืองมีปัญหา  เพราะรัฐบาลมีหน้าที่บริหารทั้งเรื่องการเมืองและแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.อ.พัชรวาช จะกระทบสัมพันธ์กับ รมว.กลาโหมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  ตนก็คุยกับท่านปกติ เพราะทุกอย่างที่ตนทำนั้นเป็นเรื่องเหตุผล กฎหมาย การดูแลให้การบริหารเดินไปได้เท่านั้น ไม่ได้มีเรื่องอะไรส่วนตัวอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า แสดงว่ายังมั่นใจในความเป็นมืออาชีพ ของ รมว.กลาโหม และคนในกองทัพ นายกฯ กล่าวว่า  ตนมั่นใจว่าทุกคนเป็นมืออาชีพ และจะต้องช่วยกันทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อบ้านเมือง

พท.เตือนพรบ.มั่นคงดันทหารเผชิญหน้าเสื้อแดง

  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีรัฐประหารว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  เพื่อควบคุมและใช้กำลังทหารเป็นหลัก ดังนั้นพรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้ทบทวนถึงผลดีและผลเสียของการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะน่าจะเป็นการยั่วยุทหารและประชาชนให้เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้ง โดยพรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์แล้วว่าในวันที่ 19 ก.ย.จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน ดังนั้นขอให้นายกรัฐมนตรี ลดการเผชิญหน้าโดยใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ก็น่าจะเพียงพอ

 “ พรรคยังรู้มาว่าสายฮาร์ทคอร์ในหลายจังหวัดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ซึ่งจะทำให้มือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงจนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งอาจจะทำให้นายอภิสิทธิ์ ตกเก้าอี้ เข้าลักษณะกงกำกงเกวียนเหมือนกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วไม่ได้กลับประเทศไทย ” นายพร้อมพงศ์ กล่าวและย้ำว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์ ทบทวนให้รอบด้าน อย่าฟังที่ปรึกษาสายเหยี่ยวเพียงอย่างเดียว ให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้งไม่ใช่มองเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรีเป็นที่ตั้ง

  นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงเหตุขว้างระเบิดบ้านพักของคณะกรรมการป.ป.ช. และเหตุขว้างปาสิ่งปฏิกูลใส่รถนายกรัฐมนตรีที่ จ.ลพบุรี ว่า การที่นายกรัฐมนตรี วาดรูปหัวใจโดยใช้เส้นสีเหลืองและสีแดงรวมทั้งเซ็นชื่อด้วยสีน้ำเงินนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องแสดงความจริงใจในการสร้างความสมานฉันท์ด้วย โดยการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16-17 ก.ย.นั้น รัฐบาลควรหยุดสร้างเงื่อนไข โดยผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอและเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ รวมทั้งงบประมาณปี 2553 ผ่านการพิจารณาของสภาสูงภายในสัปดาห์นี้แล้ว ในเดือนพฤศจิกายน ก็ควรจะประกาศยุบสภาเพื่อผ่าทางตันให้กับระบอบประชาธิปไตยให้ก้าวไปข้างหน้าก่อนที่จะสายเกินไป

 “หากนายอภิสิทธิ์มีโอกาสแก้วิกฤติ แต่ไม่คิดที่จะแก้ก็จะกลายเป็นชนักติดหลังได้ อีกทั้งกรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่นั้น นายอภิสิทธิ์ควรคำนึงถึงเรื่องคุณธรรม ความสมานฉันท์ และการสร้างขวัญและกำลังใจด้วย ” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

เสื้อแดงอุตรดิตถ์บวงสรวงพระยาพิชัยดายหักขอพรก่อนร่วมเดินทางชุมนุม 19 ก.ย.

 เมื่อเวลา 10.09 น.วันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณลานด้านอนุสาวรีย์ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ แกนนำกลุ่มคนรักษ์อุตรดิตถ์ 52 หรือ กลุ่มเสื้อแดง จำนวนกว่า 100 คน ได้จัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก ด้วยพิธีพราหมณ์ ด้วยเครื่องบวงสรวงบายศรี อาหารพร้อมของหวานและหัวหมู 2 หัว ไก่ 3 ตัว ผลไม้ 9 อย่าง พวงมาลัยร้อยด้วยดอกดาวเรืองยาว 7 ศอก ถวายท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษผู้กล้าที่ประชาชนจังหวัดอุตรดิตถ์เคารพนับถือ เพื่อขอพรอันเป็นสิริมงคลให้แก่สมาชิกเสื่อแดงทั้งประเทศและขอพรให้ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักปกป้องคุ้มครอง ดลบันดาลให้สิ่งศักดิ์ช่วยขับไล่พวกอมาตย์มารได้ออกไปให้พ้นจากการปกครองของปวงชนชาวไทย ก่อนที่จะมีการนัดรวมพลคนเสื้อแดงครั้งใหญ่ในวันที่ 19 กันยายน นี้ ซึ่งกลุ่มคนรักษ์อุตรดิตถ์ 52 พร้อมร่วมเดินทางสนับสนุน

 หลังจากพราหมณ์ทำพิธีบวงสรวงเรียบร้อยแล้ว ทางกลุ่มคนรักษ์อุตรดิตถ์ 52 ยังได้จัดมวยไทยและการฟันดาบ จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ถวายต่อดวงวิญญาณท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มเสื้อแดงที่มาร่วมงาน ส่งเสียงเชียร์ โดยเฉพาะนักมวยฝ่ายแดง ที่เปรียบเป็นตัวแทนของกลุ่มเสื้อแดง ที่ไล่ต้อนและชกนักมวยฝ่ายน้ำเงินจนสามารถชนะน็อคได้ จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุตรดิตถ์ ยังได้หื้วปิ่นโตข้าวมาร่วมนั่งรับประทานด้วยกัน