
7 กีฬาถูกหั่นจำนวนนักกีฬาในโอลิมปิกเกมส์ 2020
ยกน้ำหนักเป็น 1 ใน 7 กีฬา พร้อมกับ กรีฑา, ว่ายน้ำ, เรือพาย, เรือใบ, ยิงปืน และมวยปล้ำ ที่โดนหั่นจำนวนนักกีฬาในรอบสุดท้ายโอลิมปิกเกมส์ 2020
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่โรงแรมแกรนด์ ปรินซ์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทามาส อาจาน ประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) เป็นประธานการประชุมใหญ่สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ พร้อมด้วย “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รองประธานคนที่ 1 และคณะกรรมการบริหาร
หลังการประชุม พล.ต.อินทรัตน์ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มีการเพิ่มชนิดกีฬาขึ้นมา 5 ชนิดกีฬา แต่ทว่าจำนวนของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมแข่งขันนั้น คงอยู่ที่ 10,500 คนตามเดิม ทำให้จะต้องมีการตัดโควต้านักกีฬาจากชนิดอื่น ๆ เพื่อเปิดทางให้กับกีฬาใหม่ที่เข้ามา ซึ่งไอโอซี ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยพิจารณาจากชนิดกีฬาใดถูกตรวจพบการใช้สารต้องห้ามในโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่ง และลอนดอน ก็จะลดโควต้าจากกีฬานั้น ๆ ออกไป ซึ่งสรุปแล้วจะมีการตัดโควต้าทั้งสิ้น 285 ที่นั่ง จาก 7 ชนิดกีฬาคือ กรีฑา, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เรือพาย, เรือใบ, ยิงปืน และมวยปล้ำ โดยที่โดนมากที่สุดคือกรีฑา 105 ที่นั่ง ส่วนยกน้ำหนัก โดนตัดไป 64 ที่นั่ง
“จากเดิมโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ ริโอเดจาเนโร นั้น ยกน้ำหนักมีแข่งขัน ชาย 8 รุ่น และหญิง 7 รุ่น ทำให้โอลิมปิกเกมส์ 2020 อาจจะเหลือชาย 7 หญิง 7 รุ่น ทั้งนี้คณะกรรมการสหพันธ์ จะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพูดคุยและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป” เสธ.ยอด กล่าว
พล.ต.อินทรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทยในเรื่องของโควต้านั้น ในส่วนของนักกีฬาหญิงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนักกีฬาไทยยังอยู่ในระดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งน่าจะยังคงโควต้าที่ 4 รุ่นได้เช่นเดิม แต่ส่วนของนักกีฬาชายต้องรอการสรุปอีกครั้งหนึ่ง แต่เชื่อว่ารวมๆ แล้วไทยน่าจะยังคว้าโควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ที่ญี่ปุ่นได้อย่างน้อย 6 ที่นั่งแน่นอน สุดท้ายแล้วเรื่องของการใช้สารต้องห้ามนั้น สมาคมฯ ต่อต้านอย่างหนัก ซึ่งตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้อีกเลย มีการกำชับนักกีฬาอย่างมากในเรื่องของการใช้สารต้องห้าม และอยากให้นักกีฬาแข่งด้วยความยุติธรรมที่สุด



