
นักการเมืองไทยยังใช้โซเชียลมีเดียไม่เต็มศักยภาพ
นักสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์วิเคราะห์ นักการเมืองไทย ใช้โซเชียลมีเดียไม่เต็มศักยภาพ แนะตั้งทีมดูแล ชี้ต้องสะท้อนตัวตน และโชว์กึ๋น ย้ำยอดไลค์ไม่มีผล
15 มิ.ย. 2556 - นายชนัฐ เกิดประดับ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ให้สัมภาษณ์รายการกรองข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุ FM 102 ถึงการใช้โซเชียลมีเดียของนักการเมืองไทยว่า นักการเมืองปัจจุบันพยายามที่จะทำให้ประชาชนหรือแฟนคลับรู้ว่ากำลัวทำอะไรอยู่บ้าง สำหรับนักการเมืองบางคนอาจจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองบ้างบนเฟซบุ๊ค แม้คนตามจะไม่เยอะแต่พอเขาเปิดปรพเด็นอะไรขึ้นมาจะเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนดึงมาเป็นกระแส แม้คนตามไม่เยอะแต่ก็ดังได้ ทำให้ไม่เงียบหายและมีพื้นที่อยู่ ดังนั้นการใช้เโซเชีบลมีเดียจึงมีสองลักษณะ 1.เงียบๆทำงานไป และ 2 คอมเมนท์ในระดับมวลชนเพื่อสื่อจะได้ดึงเป็นประเด็นขึ้นมา
เมื่อถามว่าขณะนี้นักกาารเมืองไทยใช้โซเชียลมีเดียได้เต็มเต็มศักยภาพหรือยัง นายชนัฐกล่าวว่า เนื้อหาที่จะเขียนซึ่งต้องผูกกับภาพลักษณ์ตัวตนของนักการเมือง แต่เขามองเป็นเพียงเครื่องมือเฉยๆ ที่ขัดแย้งกับตัวตนหรือไม่มีอัตลักษณ์ เช่นวันนนี้อาจจะพรีเซนต์กับทุเรียน บางวันอาจจะคุยเรื่องการเมือง มันมั่วไหมด เราคิดว่าเราสะท้อนชีวิต แต่จริงๆมันก็คือสื่อ และสื่อสะท้อนตัวตนเฉพาะด้าน ต้องมีการเซ็ตและอะไรที่ไเกี่ยวก็ไม่ควรโพสต์ นักการเมืองไทยังใช้ได้ไม่เต็มศักยภาพ
นายชนัฐกล่าวว่าหากเทียบกับต่างประเทศอย่างของนายกฯสิงคโปร์ เขามีแขกมาหานอกจากรูปเขาจะบอกว่าคุยอะไรบ้าง เช่นปัญหาเด็ก สิทธมนุษยชน แต่ของไทยก็มีเหมือนรายงานข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องความเป็นโซเชียลมีเดียเราอยากจะรู้ลึกกว่านั้น นี่เป็นเสน่ห์ที่ไม่ได้ใช้ รวมไปถึงภาพที่ใช้ เรายังนึกเหมือนข่าวแจกรูปเรา โฟกัสที่เรา แต่ของต่างประเทศ เขาจะถ่ายรูปท่ามกลางหมู่ชน หรือเด็ก ท่ามกลางกิจกรรม แทบมองไม่เห็นตัวเขา มันได้ความรู้สึกเป็นโซเชียล มันได้ความรู้สึกกว่าว่าเป็นคนที่สัมผัสได้ ไม่ได้โฟกัสที่คุณแต่โฟกัสที่ประชาชน
นายชนัฐยังได้วิเคราะห์ถึงเฟซบุ๊คของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ โดยนายชนัฐวิเคราะห์ว่า ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถ้าดูรูป ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ดูดี แต่เป็นรูปเธอเป็นหลัก หลากหลายมุม ไม่ได้สะท้อนอะไรมากาย แต่เหมือนเป็นเฟซบุ๊คของคนทั่วไปหรือเซเลป จริงๆยังสามารถนำเสนอมุมมองในประเด็นปัญหาอื่นๆ หรือโชว์กึ๋นใบางเรื่อง แต่นี่เป็นภาพสวยๆของเธอ และมีคอมเมนท์ให้กำลังใจ แต่ดูแล้วเป็นเฟซบุ๊คที่สวย แต่ก็จะเป็นรูปของดารามากกว่า
เมื่อถามว่าเป็นเพราะแสดงความเห็นได้อย่างไม่เป็นอิสระหรือไม่ นายชนัฐกล่าวต่อว่า ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าเราไม่แสดงอะไรมาก่อน แล้วหากวันใดวันหนึ่งมาแสดง คนจะคิดว่าไม่ใช่คุณไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง อาจจะเป็นแอดมินมาโพสต์ ไม่ใช่หมายความว่าทำแบบนี้เป็นเรื่องผิด จะไปสวยๆก็ได้ไม่มีปัญหา แต่มันใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ส่วนวิดีโอภาพเคลื่อนไหวก็น้อยมาก
นายชนัฐกล่าวถึงแฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ว่า เป็นทางการมาก มีคนมาพบไปงานต่างๆ แต่เป็นข่าวราชการข่าวแจกมากกว่า ต้องปรับนิดนึง ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ก็เคยแสดงเนื้อหาดีๆ ในการสัมภาษณืกับนายสุทธิชัย หยุ่น แต่กลับไม่เห็นมุมมองแบบนั้นในการนำเสนอในเพจของตัวเอง
"อาจจะเป็นข้อจำกัด เรื่องประเด็นการนำเสนอในช่วงนี้ แต่ด้วยความเป็นนักการเมืองจะเร็วช้าก็ต้องมีเลือกตั้ง เขาต้องรักษาสถานะของตัวเองเอาไว้"นายชนัฐกล่า
นายชนัฐระบุอีกว่า ใครจะว่าอะไรเขาชื่นชมนายวัฒนา เมืองสุข และยอมรับว่าเขาฉลาดในการแสดงใช้โซเชียลมีเดีย เช่นการใช้รูปโพรไฟล์ก็ใช้รูปที่โดนทหารล็อก ซึ่งรูปโพรไฟล์สำคัญมาก สร้างความรู้สึกให้คนดู อย่างน.ส. ยิ่งลักษณ์ใช้รูปสวมสูท ก็ดูเรียบร้อยไป นายอภิสิทธิยิ่งแล้วใหญ่ รูปยังใส่เสื้อสงกรานต์ รูปคัฟเวอร์ก็ยังเป็นรูปสงกรานต์ทั้งๆที่ผ่านมานานแล้วเรื่องพวกนี้นักการเมืองเข้าใจว่ายุ่ง แต่ต้องมีทีมที่ดูแล และต้องเข้าใจในหลายศาสตร์ ต้องมีทั้งรัฐศาสตร์มาร์เก็ตติง
เมื่อถามถึงการโยงเรื่องแกงค์รับจ้างกดไลค์และยอดกดไลค์ มีผลในการทำเพจนักการเมืองแค่ไหน นายชนัฐกล่าวว่า เรื่องไลค์เป็นมายาคติแบบหนึ่ง เหมือนกับเครื่องประดับเหมือน คนรวยจังเลยใส่ทองเต็มตัว มีแฟนมากรี๊ด แต่ไม่มีผลในเชิงการรับรู้ข่าวสารแต่อย่างใด การที่มีคนมาไลค์เป้นล้านก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคนมาเห็น คนอาจเห้นแค่ 1% ซึ่งถือว่าน้อยเพราะ เฟซบุ๊คต้องการให้ซื้อโฆษณา บางเพจที่ไลค์แค่ 500 แต่ถ้าบูสท์โพสต์อาจจะมีคนกดไลค์มากกว่าจำนวนแฟนเพจก็ได้ ยอดไลค์แฟนเพจมีเยอะน้อยไม่มีผล อยู่ทีเนื้อหา หากเนื้อหาโดนใจคนก็แชร์ คนเห็นเยอะกว่าจำนวนแฟนเพจที่มีเสียอีก คนที่ไม่เข้าใจจะบอกคนมีแฟนเพจเยอะมีแฟนคลับเยอะ คอนเทนท์ที่ดีจะเป็นไวรัล และกระจายไปได้ดีกว่าถ้ารู้จักเล่น
คลิกฟังที่นี่ http://www.nationradio.co.th/program/details/69730



