
"ลี-นางมา"พิธีกรรายการเชื่อมั่นฯกับนายกฯอภิสิทธิ์
วันนี้ (13 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 35 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจ
ช่วงที่ 1
วุฒิสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 53 จันทร์นี้
….. ตัวเลขล่าสุดนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเลขการว่างงานนั้น ค่อนข้างที่จะกลับมาสู่ภาวะที่เป็นปกติ คือโดยปกติแล้วการมีคนว่างงานอยู่ประมาณ 3 แสน 4 แสน 5 แสน ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นปกติ อาจจะเป็นไปตามฤดูกาล อาจจะเป็นในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายของแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของระบบเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น ตัวเลขตรงนี้ก็เป็นแนวโน้มที่ดีที่ช่วยยืนยันว่าเราน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ว่าการประคับประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้นก็อย่างที่ผมย้ำหลายครั้งครับว่ายังเป็นเรื่องที่เราจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งได้มีการพูดคุยกันไปหลายครั้งแล้ว และในวันพรุ่งนี้วุฒิสภาก็จะมีการพิจารณากฎหมายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ซึ่งถ้าหากว่าทางวุฒิสภาให้ความเห็นชอบก็จะทำให้เครื่องมือในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาล ทั้งในแง่ของการลงทุนและอื่น ๆ จะมีความพร้อมเป็นไปตามกำหนดเวลาของมัน เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะขอถือโอกาสนี้ขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาในการผ่านกฎหมายงบประมาณในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้การใช้จ่ายของรัฐบาลนั้นเป็นไปตามตารางเวลาและเป็นไปตามแผน ส่วนข้อสังเกตใด ๆ ที่ท่านจะมีต่อกฎหมายงบประมาณนั้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับมาพิจารณาดำเนินการเหมือนกับที่เราได้รับข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร และจะเปิดโอกาสให้กรรมาธิการของทั้งสองสภาสามารถที่จะติดตามตรวจสอบในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณได้ เหมือนกับที่เราเปิดเว็บไซต์ให้มีการติดตามการใช้จ่ายในเรื่องของโครงการหรือปฏิบัติการไทยเข้มแข็งได้ด้วย
เชิญชวนใช้ของไทย กินของไทย เที่ยวเมืองไทย
จริง ๆ แล้วข่าวดีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ หรือเรื่องดี ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจก็มีอยู่หลายเรื่องนะครับ เช่น กรณีที่คนไทยคือแรงงานไทยของเราไปประกวดในเรื่องของฝีมือ ทักษะ ก็ไปได้รับรางวัลมา ไปประกวดมาที่แคนาดา ก็มีการได้มอบรางวัล บำรุงขวัญกำลังใจกันไปในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างนี้เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วกระทรวงพาณิชย์เองขณะนี้ได้มีการเดินหน้าในการที่จะใช้การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการที่จะรณรงค์ในเรื่องของการนิยมไทย ซึ่งผมเองได้ไปเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์นิยมไทย ก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ใช้ของไทย กินของไทย เที่ยวในประเทศไทย และได้มีการโอกาสพบกับผู้ประกอบการไทยจำนวนมากซึ่งประสบความสำเร็จกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ มียี่ห้อ และสามารถที่จะไปแข่งขันในต่างประเทศในด้วย ซึ่งครอบคลุมหลายเรื่องเลย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมและอื่น ๆ ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดว่าก็เป็นแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรากำลังเดินหน้าต่อยอดในส่วนของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์หรือ Creative Economy ซึ่งผมได้ประชุมไปเช่นเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี และมีการจะเร่งรัดในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์และการจัดงบประมาณ และที่สำคัญก็คือจะผลักดันให้มีการกลไกที่มาดูแลงานทางด้านนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อบูรณาการทุกอย่าง ก็ยังยืนยันว่าภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ กลไกนี้จะต้องเกิดขึ้น และจะขับเคลื่อนเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจไทยต่อไป
เดินหน้าผลักดันการตั้งศูนย์บริการนักลงทุนแบบครบวงจร
นอกจากนั้นครับสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าการจัดอันดับในเรื่องของการทำธุรกิจในประเทศไทย ในแง่ของความเชื่อมั่นในแง่ของความสะดวกนั้น ก็ปรากฏว่าอันดับของไทยก็อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่ดีพอสมควร ขอเรียนว่าในเรื่องเหล่านี้รัฐบาลก็ติดตามอย่างใกล้ชิด และจะพยายามผลักดันให้ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ความดึงดูดในเรื่องของการลงทุนนั้นดีขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเดินหน้าผลักดันในเรื่องของศูนย์บริการนักลงทุน ซึ่งขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดทำร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการประกาศเรื่องนี้และจะเดินหน้า คาดว่าประมาณปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน น่าจะสามารถที่จะเปิดศูนย์บริการนักลงทุนแบบครบวงจรได้ ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งในการกระตุ้นความเชื่อมั่นในด้านของเศรษฐกิจ
ผลักดันโครงการความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ไม่ได้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจก็จริง แต่ว่ามีการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และบังเอิญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็ได้เดินทางมาเยือน และมีการพบปะ เข้ามาเยี่ยมคารวะ ก็ได้พูดคุยกันครับ สิ่งที่อยากจะบอกคือว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องถนนหนทาง การเพิ่มพูนการค้าชายแดน การพิจารณาในการเปิดด่าน หรือเปิดจุดผ่านแดนถาวร ไปจนถึงเครือข่ายอื่น ๆ ทั้งเรื่องพลังงานนั้นก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนในเรื่องของประชาคมอาเซียนด้วย ผมก็ได้มีการติดตามในเรื่องของโครงการความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งก็มีการผลักดันเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือว่ามีประเทศนอกกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือจีน ญี่ปุ่น และมีเกาหลีด้วย ที่ได้มีการประกาศถึงการจะมีเงินช่วยเหลือเข้ามาพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอันนี้ในที่ประชุมได้กำหนดกันชัดเจนว่าเรื่องนี้จะมีการทำให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพราะว่าที่ผ่านมาเวลามีการประกาศในเรื่องของการช่วยเหลือเงินทุนในลักษณะนี้จากข้างนอกเข้ามา ก็มักจะปรากฏว่าแต่ละโครงการก็ไปดำเนินการเจรจากันไปค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่ว่าเราต้องการที่จะให้เรื่องของการเชื่อมโยงไม่ว่าจะเป็นเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทั้งในตะวันออก ตะวันตก จะมีทั้งในส่วนที่ผ่านทางแม่สอด พิษณุโลกไปทางโน้น และลงมา ขณะนี้ก็ดูในเรื่องของกาญจนบุรีที่จะเชื่อมเข้ามากรุงเทพฯ และพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก และก็ออกไป ตรงนี้ทั้งหมดก็จะเป็นเรื่องซึ่งเราจะทำให้มีกลไกหรือมีการรวบรวมขึ้นมา เพื่อจะได้มีการจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นระบบ มีความเป็นเอกภาพ เป็นไปตามยุทธศาสตร์มากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นหัวข้อหนึ่งซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การหารือกันในที่ประชุมสุดยอดของอาเซียนด้วย และจริง ๆ แล้วในช่วงปลายปีผมได้มีการเตรียมการในเรื่องของเอเปคพร้อม ๆ กันไป อันนี้ก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เตรียมไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติและG 20
และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประมาณเกือบ 2 สัปดาห์จากนี้ไป หรือสัปดาห์กว่า ๆ ผมก็จะเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกานอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุม G 20 และการไปแถลงในที่ประชุมใหญ่ของสหประชาชาติแล้ว งานสำคัญอีกงานหนึ่งซึ่งกำลังมีการดำเนินการก็คือเรื่องของการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม คือความแปรปรวนของภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ ตรงนี้ประเทศไทยก็มีบทบาทสำคัญเพราะว่าจะมีการจัดประชุมที่กรุงเทพฯ ก่อนที่ปลายปีนี้จะมีการจัดประชุมใหญ่เพื่อทำข้อตกลงที่โคเปนเฮเก้นท์ ซึ่งผมเองก็เป็นประธานการประชุมของคณะกรรมการระดับชาติของประเทศไทย เพื่อกำหนดจุดยืนและจะได้มีการเสนอกรอบการเจรจาในเรื่องนี้ต่อรัฐสภาต่อไป นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน และเศรษฐกิจที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ไทยได้แจ้งยกเลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไปแล้ว
เมื่อพูดเรื่องประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก็ขอถือโอกาสนี้เรียนในเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งดูเหมือนพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งขณะนี้มีความวิตกกังวลและอาจจะมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกับรัฐบาล ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น นั่นก็คือบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ผมก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งครับว่าความจริงผมเป็นคนได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างชัดแจ้งว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริเวณปราสาทพระวิหารนั้นเบื้องต้นสืบเนื่องมาจากคำพิพากษาของศาลโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ซึ่งได้ตัดสินให้ปราสาทเป็นของกัมพูชา แต่ว่าทางประเทศไทยก็ยืนยันชัดเจนว่าแผนที่ที่กัมพูชาใช้ในการฟ้องศาลโลกนั้น เราไม่ได้ยอมรับ แล้วศาลก็ไม่ได้ใช้ในการตัดสิน คือศาลไม่ได้ตัดสินว่าเป็นแผนที่ที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้น เราก็ถือว่าเราเคารพคำพิพากษาของศาลโลกในส่วนของปราสาท แล้วขณะเดียวกันก็ได้มีการสงวนสิทธิ์เอาไว้ว่าถ้าเรามีข้อมูลใหม่อะไรต่าง ๆ ก็จะสามารถไปดำเนินการตามระเบียบหรือตามกฎของศาลโลกได้ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วที่มาเกิดปัญหาขึ้นในเรื่องของการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชา แล้วขณะนั้นได้มีการไปออกแถลงการณ์ร่วม ซึ่งในขณะนั้นผมเป็นฝ่ายที่ตรวจสอบเรื่องนี้ และยืนยันว่าไม่ควรที่จะไปดำเนินการในการลงนามในแถลงการณ์ร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแถลงการณ์ร่วมจะนำไปสู่การมีแผนที่ หรือแผนผังก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับตัวปราสาท ซึ่งจะเป็นแผนที่ที่กัมพูชายึดโยงอยู่กับแผนที่ที่เคยใช้ในการฟ้องศาลโลก
ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าผมได้เชิญทั้งกระทรวงการต่างประทศ เชิญท่านแม่ทัพมา เพื่อที่จะติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้ ในเรื่องแรกในแง่ของกฎหมาย ขอย้ำนะครับว่าเรื่องแถลงการณ์ร่วมต่อมาท่านรัฐมนตรีเตช บุนนาค ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งทางกัมพูชายกเลิกแถลงการณ์ร่วมไปแล้ว และทางรัฐมนตรีของทางกัมพูชาหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาก็ได้มีการหนังสือตอบกลับมาว่าได้รับหนังสือของท่านรัฐมนตรีเตชแล้ว เพราะฉะนั้น ในส่วนของฝ่ายไทยก็ถือว่าแถลงการณ์ร่วมนั้นยกเลิกไปแล้ว และกัมพูชาก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นสนธิสัญญา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะให้เกิดความมั่นใจ ขณะเดียวกันผมได้ให้ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ไปติดตามเรื่องของขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลให้เกิดความมั่นใจว่า ผลประโยชน์และที่สำคัญที่สุดคืออธิปไตยของประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการใด ๆ ของคณะกรรมการมรดกโลก ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีสุวิทย์เองก็เพิ่งเดินทางไปที่ฝรั่งเศสมาอีกครั้งหนึ่ง
ช่วงที่ 2
ผู้ดำเนินรายการ (นายทฤษฎี สหวงศ์ , นางสาวเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) สวัสดีครับ ผมผู้ใหญ่ลี ปอ ทฤษฎี ครับ สวัสดีค่ะ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ค่ะ นางมา ค่ะ
ปอ ทฤษฎี เราอยู่ที่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีนะครับ
พลอย เฌอมาลย์ ใช่แล้วค่ะพี่ปอ
ปอ ทฤษฎี พลอยอยากรู้ไหมครับว่าวันนี้เรามาทำไม
พลอย เฌอมาลย์ มาทำไมคะพี่ปอ
ปอ ทฤษฎี เกษตรกรเขาขายของ ขายพืชผลทางการเกษตร ได้กำไร รัฐบาลเขามีนโยบายว่าประกันได้แน่ ๆ กำไร ไม่รู้ทำได้อย่างไร
พลอย เฌอมาลย์ นั่นเป็นปัญหาของชาวไทยนะ
ปอ ทฤษฎี จะทำให้ชาวนาลดภาระหนี้สิน และเพิ่มรายได้ให้ชาวนา ทำได้จริงหรือเปล่า
พลอย เฌอมาลย์ แล้วจะทำอย่างไรละคะพี่ปอ
ปอ ทฤษฎี ไม่รู้เหมือนกัน
พลอย เฌอมาลย์ แต่พลอยเชื่อว่าวันนี้ท่านนายกฯ จะตอบเราได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ ทุกคำถามที่สงสัยกันเลยทีเดียวนะคะ
ปอ ทฤษฎี ใครอยากรู้เรื่องอะไรวันนี้นายกฯ จะมาตอบ
พลอย เฌอมาลย์ นั่นล่ะคะพี่ปอ
ปอ ทฤษฎี แต่เราอยากรู้ว่าโครงการที่ทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้นนี้ ประกันราคาพืชผลทางการเกษตรนี้ ทำได้อย่างไรจะทำได้จริงหรือเปล่าอย่างไร ต้องไปถามท่านนายกฯ
พลอย เฌอมาลย์ เดี๋ยวเราไปพบกับท่านนายกฯ กันเลยค่ะ
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ท่านนายกฯ
นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ
ปอ ทฤษฎี วันนี้ใส่เสื้อไทยเข้มแข็งด้วย ท่านนายกฯ ครับ วันนี้คุณพลอยเขาไม่เชื่อว่าเราจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้
พลอย เฌอมาลย์ สงสัยว่าจะอย่างไรค่ะ
ปอ ทฤษฎี เจอท่านนายกฯ แล้วก็ถามเลยสิครับ
นายกรัฐมนตรี ผมไม่แปลกใจนะครับเพราะว่าคนที่ไม่เชื่อก็คงต้องมีเยอะ เพราะว่าเราก็ต้องยอมรับว่าเราฟังเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรมา ผมไม่รู้ว่ากี่ยุคกี่สมัย แล้วเราก็พบความเป็นจริงว่า ขณะที่ทุกคนพยายามบอกช่วยเกษตรกร ช่วยเกษตรกร แต่จนแล้วจนเล่าเกษตรกรก็ยังเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุด ขนาดเราบอกเราส่งข้าวออกเป็นอันดับหนึ่ง เราเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องอาหาร เรื่องอะไร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ผมคิดว่าเข้าใจได้ ว่าทำไมถึงบอกว่ายังไม่ค่อยมั่นใจ ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ว่าครั้งนี้เราก็ต้องการที่จะเริ่มต้นทำให้เป็นระบบจริง ๆ หัวใจของตอนนี้ก็คือว่าผมว่าจะเป็นการจดทะเบียนที่ทำให้เรารู้หมดเลยว่าทั้งประเทศเรามีเกษตรกรอยู่ที่ไหน ปลูกอะไร แล้วตรงนี้จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากในการแก้ปัญหาต่อไป อันที่สองคือว่าครั้งนี้ที่เราพยายามทำ เราพยายามเลี่ยงในเรื่องปัญหาเข้าไปแทรกแซง รัฐบาลเข้าไปซื้อไปขายไปอะไรเอง ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นการที่รัฐบาลกำลังจะบอกว่า เราคำนวณให้ว่าปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด ต้นทุนเท่าไร ควรจะมีค่าตอบแทนสักเท่าไร กำไร แล้วเราก็คำนวณดูว่าจะต้องชดเชยเงินให้เท่าไร เป็นเรื่องของรายได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นความมั่นใจอย่างหนึ่ง และก็ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ผมคิดว่าเกษตรกรก็จะเห็นอนาคตของตัวเองที่มีความชัดเจนมากขึ้น
ปอ ทฤษฎี มั่นใจได้เลยว่าได้กำไรชัวร์
นายกรัฐมนตรี คือเราคำนวณให้เลยว่าต้นทุนเท่านี้ บวกให้อีก 40 เปอร์เซ็นต์ หรือเท่าไรก็แล้วแต่ ถ้าวันข้างหน้ารัฐบาลรวยกว่านี้ก็อาจจะให้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ผมคิดว่าเป็นระบบที่ใช้คำว่าโปร่งใส รู้กันแน่นอนว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็อยากที่บอกคือว่าพอเรามีข้อมูลตัวนี้ พอต่อ ๆ ไปจะมีการปรับการเปลี่ยนในส่วนตรงไหนอย่างไรก็คงทำได้ง่ายขึ้น
ปอ ทฤษฎี ทีนี้พอราคาข้าวมันดีขึ้น จะช่วยให้คนที่แบบทิ้งบ้านเกิดไปทำงานที่อื่น ต่างประเทศ ที่กรุงเทพฯ
นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าที่จะเป็นความทุกข์ของเกษตรกรอย่างหนึ่งคือนอกจากเรื่องความยากจนแล้ว คือความไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนคือเริ่มตั้งแต่ดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอันนี้จะเป็นโครงการต่อไปที่รัฐบาลจะต้องทำ คือเรื่องของการประกันภัยพืชผล ฝนแล้ง น้ำท่วม เวลานี้ก็เริ่มทำบ้างแล้ว บางพื้นที่ตอนนี้เราใช้วิธีจดทะเบียน และฝนตก สมมติว่าฝนตกไม่ถึงเกณฑ์ถือว่าแล้งนี้จ่ายเงินเลย คือเอาเงินไปก่อนเลย เหมือนเราซื้อประกันครับ
พลอย เฌอมาลย์ ท่านคะต้องใช้งบประมาณสักเท่าไรคะ
นายกรัฐมนตรี คือเรื่องงบประมาณนี้เราคงยัง ตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะตอบได้ เพราะว่าผมจะรอให้มีการจดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะดูว่าจำนวน ปริมาณอะไรเท่าไร เราจะได้กำหนดเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสม แต่ก็เชื่อว่าภาระงบประมาณที่มีไม่น่าจะมากไปกว่าในอดีต เพียงแต่ครั้งนี้ที่ต่างกันก็คือว่าโครงการในอดีต หลายคนไม่ได้รับประโยชน์ จริง ๆ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์ ผมดูตัวเลขแล้วนี้จำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการแทรกแซงในอดีต ไม่ถึงครึ่งแน่นอน บางทีก็อาจจะแค่ 20 - 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ก็หมายความว่าใครมาจดทะเบียนนี้ทุกคนได้ แต่บางคนอาจจะได้น้อยกว่า ในอดีตยอมรับ บางคนอาจจะได้น้อยกว่า แต่ว่าส่วนใหญ่คนที่ไม่เคยได้เลย ครั้งนี้ได้แน่นอน
ปอ ทฤษฎี เกษตรกรที่จดทะเบียนก็สามารถอยู่ในโครงการนี้ได้ แต่ถ้าไม่ได้จดละครับ
นายกรัฐมนตรี เราพยายามที่ให้มาจดครับ เพราะถ้าท่านไม่จด เราก็ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร ก็อยากจะเชิญชวนว่าตอนนี้ในช่วงที่ทำการเพาะปลูก มาจด แล้วเราก็ใช้เวลาช่วงนี้นะครับ พอจดเสร็จปั๊บ มีการมาตรวจสอบ การตรวจสอบก็ทำได้ในรูปประชาคม ให้รับรองกัน แล้วก็มีฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ อยู่ มีฐานข้อมูลของ ธ.ก.ส. อยู่ ก็มาเช็คให้แน่ใจอีกทีหนึ่ง พอได้ตัวเลขนี้ปั๊บก็ทำสัญญากับ ธ.ก.ส. คำว่าทำสัญญาก็มาบอกว่า เอาละ ผมอยู่ที่นี่ พื้นที่เท่านี้ ปลูกข้าวพันธุ์นี้นะครับ เขาก็จะคำนวณออกมาเสร็จสรรพเลยว่า แปลว่าผลผลิตได้เท่าไร เราไม่ดูของจริงนะครับ เราคำนวณจากตัวเลขที่เรามีอยู่ เพราะฉะนั้นพอคำนวณเสร็จปั๊บ สมมติว่าออกมา 20 ตัน เมื่อไรรัฐบาลประกาศราคาอัตราชดเชย บอกจะชดเชยให้ตันละ 2,000 ใครอยากใช้สิทธิ์ก็มารับไปเลย 40,000 มันก็จะง่าย ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าเที่ยวนี้ก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจ สร้างหลักประกันระดับหนึ่ง
ปอ ทฤษฎี ไม่ต้องดิ้นรนไปทำงานที่อื่น
นายกรัฐมนตรี ครับ เพราะว่าผมก็เริ่มเป็นห่วง ตอนหลัง ๆ ก็ยอมรับนะครับ เป็นนักการเมืองไปพบปะประชาชน ไปหาเสียง ไปอะไร รู้สึกว่าคนหนุ่ม คนสาว คนรุ่นใหม่หายไปหมด แล้วอีกหน่อยเราจะให้ใครปลูกข้าว ปลูกอาหารให้
ปอ ทฤษฎี คือถ้าเราไม่ปลูกเดี๋ยวมีคนมาแย่งปลูกครับ ทีนี้จะถามท่านว่า นโยบายนี้ทำให้ไทยเข้มแข็ง
นายกรัฐมนตรี คือทำว่าไทยเข้มแข็ง ที่มาของมันก็คือว่า เราบอกว่าที่ผ่านมานี้การทำงานหลาย ๆ เรื่อง รัฐบาลทุกยุค แก้ปัญหาให้ประชาชนทั้งนั้น แต่ว่าบางทีปัญหาเฉพาะหน้ามันเยอะ แล้วยิ่งตอนนี้เรามาเจอวิกฤตนั้นวิกฤตนี้ ทุกคนก็จะใจจดใจจ่ออยู่กับทำอย่างไรเศรษฐกิจฟื้น ทำอย่างไรกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมก็เลยบอกว่าเวลาที่เราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่าคิดแต่เพียงว่าเอาเงินลงไป และให้มีการจ้างงานอย่างเดียว คือเสร็จแล้วเราต้องเข้มแข็งขึ้นด้วย นี่คือที่มาของไทยเข้มแข็ง 2555 เราก็จะมีเรื่องแหล่งน้ำ มีเรื่องถนนหนทาง มีเรื่องโรงเรียน มีเรื่องสถานีอนามัย มีเรื่องแหล่งท่องเที่ยว มีเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็คือบางคนบอกให้ใช้คำว่ายกเครื่อง ยกเครื่องประเทศไทยอีกรอบ ก็คือว่าเงินที่จะลงไป 3 ข้างหน้านี้ เป็นล้าน ๆ นี้เสร็จแล้วเราต้องตอบได้ว่า ต่อไปนี้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นล้านไร่ ต่อไปนี้ต้นทุนขนส่งซึ่งอยู่ที่ประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ต้องลดลงมาเหลือสัก 16 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปนี้โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องมีห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน ต่อไปนี้สถานีอนามัยจะยกระดับมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อย่างนี้เป็นต้น อันนี้คือแนวคิดเรื่องไทยเข้มแข็งนะครับ เราก็เลยบอกว่าอันนี้เป็นการลงทุนระยะยาว
ปอ ทฤษฎี เพราะฉะนั้นก็มั่นใจได้เลยว่าอย่างไรก็คือเราจะยกระดับพื้นฐานของชีวิต
นายกรัฐมนตรี ความสามารถ ความสามารถการแข่งขันของประเทศจะต้องดีขึ้น
ปอ ทฤษฎี เราจะต้องไปแข่งกับที่อื่นได้
นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ และก็ความเข้มแข็งนี้ความจริงผมก็อยากให้มองในหลายระดับ นั่นคือระดับประเทศ แต่ว่าถ้าหากว่าเกษตรกรพี่น้องประชาชน มีหลักประกันมีความมั่นใจมากขึ้น ผมว่าสังคมเราก็จะเข้มแข็งขึ้น ปัญหาสังคมของเราก็เกิดจากความยากจนบ้าง เกิดจากความไม่รู้บ้าง เกิดจากการที่คนต้องดิ้นรน พอหมดทางเลือก หมดทางออก เกิดความเครียดเกิดอะไรขึ้นมา เดี๋ยวก็มีเรื่องเหล้า เรื่องยาเสพติด เรื่องอะไร แต่ว่าถ้าหากว่าเราทำให้ความพร้อมโดยเฉพาะในชนบทมีมากขึ้น นั่นก็หมายความว่าสังคมก็จะมีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย มีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น
ปอ ทฤษฎี คิดว่าจะอีกนานไหมครับ
นายกรัฐมนตรี คือเราลงทุนตรงนี้เรากำหนดกรอบไว้ 3 ปีนะครับ คือบางเรื่องเราก็คิดว่า คืออย่างกรณีของโครงการประกันรายได้ของเกษตรกร...



