ข่าว

สนช. รับหลักการร่างพ.ร.ป.ผู้ตรวจการฯ

สนช. รับหลักการร่างพ.ร.ป.ผู้ตรวจการฯ

15 มิ.ย. 2560

สนช. รับหลักการร่างพ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดิน  “มีชัย” ยันปรับคุณสมบัติองค์กรอิสระเพื่อปฏิรูปบ้านเมือง    

          15 มิ.ย.60- ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่เป็นประธาน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ...ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เป็นผู้เสนอ โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผู้ร่างคือผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้กรธ.มาพิจารณา ซึ่งได้กรธ.แก้ไขสาระสำคัญเพียง 2 – 3 ประเด็น คือ 1.บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งลักษณะผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลก คือปรึกษาหารือช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติให้ถูกต้อง เที่ยงธรรม ดูแลช่วยเหลือเจ้าหน้าที่มากกว่าจับผิด 2.การเสนอแนะของผู้ตรวจฯที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มักจะไม่ปฏิบัติตามจึงไม่สามารถแก้ปัญหาของราษฎรได้ ขณะที่การให้อำนาจเบ็ดเสร็จก็จะกระทบเจ้าหน้าที่รัฐ กรธ.จึงหาทางสายกลาง กรณีที่ผู้ตรวจฯพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือกฎหมายเป็นอุปสรรค ให้ผู้ตรวจฯปรึกษาหารือกับหน่วยงานนั้นก่อน จึงแนะนำให้เขาปฏิบัติ หากเพิกเฉยจึงจะมีบทลงโทษ และ3.ให้พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งคณะบุคคลทำงานแทนผู้ตรวจฯ

            จากนั้น เป็นการอภิปรายของสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วง เรื่องการกำหนดคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ตรวจฯไว้สูงเกินไป เพราะการระบุให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คน ต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5ปี และอีก 1คนต้องมีประสบการณ์การดำเนินกิจการสาธารณะไม่น้อยกว่า 20ปี อาจทำให้สรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งได้ยาก ทั้งที่มีการลดอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินเหลือแค่การให้คำปรึกษาหารือกับรัฐบาลเท่านั้น ทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันถูกเซตซีโรทั้งหมด ถือว่าไม่เป็นธรรม  อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้  

                 ขณะที่นายพรเพชร  ได้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐธรรมนูญเขียนคุณสมบัติของผู้ตรวจฯ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้ตรวจฯให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด หากขัดรัฐธรรมนูญจะมีช่องทางดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. รัฐธรรมนูญเขียนคุณสมบัติผู้ได้รับการสรรหาไว้ชัดเจน

            นายมีชัย ชี้แจงว่า กรธ.ได้พิจารณาการคงอยู่ในตำแหน่งของกรรมการองค์กรอิสระไว้ 3แนวทาง คือ 1.ตั้งใหม่ทั้งหมด 2.ให้คงไว้เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติ และ3.ให้อยู่ไปเลย ซึ่งคิดว่าสองทางเรื่องแรกจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนทางเลือกที่3 หมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ กรธ.ไม่มีสิทธิส่งประเด็นข้อสงสัยไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่สนช.มีสิทธิส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ หากสนช.เห็นว่าทางเลือกที่ 3 ใช้ได้กรธ. ก็ไม่ว่าอะไร และหากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าใช้ได้ กรธ.ก็จะใช้เป็นทางเลือกที่ 3

            ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่า กรธ.ปรับปรุงองค์กรอิสระเป็นการพัฒนาปฏิรูปบ้านเมือง อะไรที่ต้องจบก็จบ อะไรที่อยู่ก็ต้องอยู่  กรธ.ไม่ได้รังเกียจหรือไม่ให้ความเป็นธรรมใครเป็นการเฉพาะตัว แต่หากจะเดินไปข้างหน้าก็ต้องปรับปรุงแก้ไข จะกระทบบ้างเป็นบางคนแค่นั้น ส่วนการกำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการสรรหาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินไว้สูง ส่วนตัวยังเชื่อว่าเวลาสรรหาถ้าเราเปิดกว้างก็จะไม่น่ามีปัญหา ส่วนที่เขียนคุณสมบัติของผู้ตรวจฯ และกรรมการป.ป.ช.แตกต่างกันจริง เพราะหลักใหญ่ของผู้ตรวจฯ คือ มีประสบการณ์ในการบริหาiราชการแผ่นดิน แต่ป.ป.ช.ระบุโครงสร้างไว้ชัดเจน ก็ไม่มีอะไรที่คณะกรรมการสรรหาจะต้องไปกำหนดคุณสมบัติอีก

            จากนั้น ที่ประชุมสนช.มีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวาระแรก ด้วยคะแนนเห็นด้วย 217 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 19 คน กำหนดกรอบเวลาดำเนินงาน 45 วัน