ข่าว

พระเทพวราจารย์ ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปิยธรรมกถา”

พระเทพวราจารย์ ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปิยธรรมกถา”

15 มิ.ย. 2560

นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นประธานบำเพ็ญกุศลและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป

        พระเทพวราจารย์ ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปิยธรรมกถา”

      วันที่ 15 มิถุนายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะบุคคลและองค์กรต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล โดยเวลา 10.00 น. นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  เป็นประธานบำเพ็ญกุศลและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดมณีวนาราม วัดหลวง วัดสารพัดนึก วัดเลียบปะอาว จ.อุบลราชธานี, วัดโปรดเกศเชษฐาราม จ.สมุทรปราการ, วัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี, วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา และวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี ที่สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ อุทิศถวายพระบรมศพ  นอกจากนี้ยังพีธีบำเพ็ญกุศลในเวลา 14.30 น.,17.00 น.และ 19.00 น.
     ในการนี้ เจ้าพนักงานนิมนต์ พระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี วัดมณีวนาราม ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปิยธรรมกถา” ใจความโดยย่อว่า พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานในกาลต่างๆ ก็ทรงนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มาพระราชทานอย่างลึกซึ้ง เป็นที่ยังใจของพสกนิกร ให้เอิบอิ่มดังคุณธรรม 4 ประการที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ มาแสดงดังนี้ว่า “คุณธรรมที่คนควรศึกษาและน้อมนำมาปฏิบัติ มีอยู่ 4 ประการ ประการแรก คือ การรักษาสัจจะความจริงใจต่อตนเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติ อยู่ในความสัจจะความดีนั้น
     

พระเทพวราจารย์ ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปิยธรรมกถา”

         ประการที่สาม คือ  อดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจจะสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด ประการที่ 4 รู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรม 4 ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป ได้ดังประสงค์”
       พระราชดำรัสดังที่ได้อัญเชิญมานี้ เป็นการบ่งบอกถึงพระราชจริยาวัตร พระอัจฉริยภาพ และทรงดำรงความมั่นคงในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จึงทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รัก ที่เคารพสักการะบูชาของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ดังพระพุทธภาษิตที่รับพระราชทานยกเป็นบทตั้งนั้น แปลความว่า “ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยศีล คือความประพฤติดี มีความเห็นชอบ ตั้งอยู่ในธรรรม มีสัจจะวาจา ทำการงานโดยสุจริต ประชาชนย่อมเคารพรัก”