
รวบแล้วโจรเจาะตู้เอทีเอ็มฉกเงิน2ล้านที่อุดรธานี
ตำรวจภาค4 รวบได้แล้วอดีตผู้รับเหมาพาหลานใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็ม ฉกเงิน2ล้านหนีร่วมสัปดาห์
วันที่ 15 มิถุนายน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ. 4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายพลธวัช โคมทอง หรือโจ้ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่70หมู่2ต.น้ำจั้น อ.เซกา จ.บึงกาฬ และนายบี (นามสมมุติ) อายุ17ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์จากตู้เอทีเอ็ม พร้อมของกลางอุปกรณ์เจาะตู้เอทีเอ็ม เงินสด 1,123,000บาท รถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ ทะเบียน ผฉ4910อุดรธานี รถจักรยานยนต์2คันและทรัพย์สินที่ได้จากการนำเงินที่ชิงทรัพย์ไปได้ไปซื้อหลายรายการ
พล.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลาประมาณ 06.00 น. ผู้จัดการศูนย์บริหารและจัดการธนาคารกรุงไทย จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์ที่กรุงเทพฯ ว่าสัญญาณตู้เอทีเอ็ม ในโรงเรียนบ้านเลื่อม หมู่1ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ขาดหาย จึงส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พบว่าตู้ถูกงัดและตัดด้วยแก๊สลักเอากล่องบรรจุเงินชั้นที่ 2 และ3 ทั้งสองชั้นบรรจุธนบัตรฉบับละ1,000บาท ชั้นละ1ล้านบาท ไป
ภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่า รถคันที่ก่อเหตุ เป็นรถกระบะฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ทะเบียน ผฉ4910อุดรธานี ที่มีนายพลธวัช ผู้ต้องหาเป็นผู้ใช้งาน จึงออกติดตามตัวจนพบว่า หนีไปกบดานที่บ้านหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม
จากการสอบสวน นายพลธวัช ให้การรับสารภาพว่า ทำอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง แต่มีหนี้สินและสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง ประกอบกับถูกทวงค่างวดรถจากไฟแนนซ์บ่อย จนเครียด จึงวางแผนงัดตู้เอทีเอ็ม โดยชักชวนหลานชายคือ นายบี ไปงัดตู้เอทีเอ็ม ใกล้บ้าน ช่วงกลางดึกตอนฝนตก โดยได้ไปสำรวจมาแล้วหลายครั้งแล้ว หลังจากได้เงินมาก็นำไปซื้อบ้านที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ราคา 800,000 บาท จ่ายไปแล้ว 500,000บาท ซื้อรถจักรยานยนต์ 120,000บาท ส่วนที่เหลือนำไปซื้อทีวี ตู้เย็น และเคื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งทองคำรูปพรรณ โดยก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรก
พล.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะก่อเหตุเป็นครั้งแรก เนื่องจากลักษณะการลงมือแสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุความชำนาญ หลังจากนี้จะสืบสวนต่อไปว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องในการัดตู้เอทีเอ็มในท้องที่อื่นๆ หรือไม่



