ข่าว

"บอย ยูนิตี้"เครียด ตร.คุมตัวฝากขังศาล ทนายเตรียม5ล้านประกัน

"บอย ยูนิตี้"เครียด ตร.คุมตัวฝากขังศาล ทนายเตรียม5ล้านประกัน

15 มิ.ย. 2560

ตำรวจกองปราบคุมตัว"บอย ยูนิตี้"ฝากขังศาลอาญา กรุงเทพใต้ ขณะที่เจ้าตัวสีหน้าเคร่งเครียดบอกขอให้การชั้นศาล ทนายเตรียมเงิน 5 ล้านยื่นประกันตัว พร้อมปล่อยตัวน้องสาว

          กรณีนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ได้ที่บริเวณซอยสีคาม ทางเข้าออกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขณะอยู่บนรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีดำ ทะเบียนป้ายแดง บ 1186 กรุงเทพมหานคร ในคดีถูกเจ้าของรถยนต์หรู แจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เมื่อวานที่ผ่านมา

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ตำรวจกองปราบได้ควบคุมตัวนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” พิมพ์ลายนิ้วมือ สอบปากคำเพิ่มเติมก่อนนำ ไปฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยนายอินทระศักดิ์มีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กล่าวเพียงว่าขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้อง

          ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อวานหลังจากนายอินทระศักดิ์ถูกนำตัวไปไว้ในห้องควบคุมตัว พบว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานายอินทระศักดิ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

          ขณะที่นายธีรสิทธิ์ สุริยันชัยเจริญ ทนายความของนายอินทระศักดิ์ ระบุว่าตนเดินทางมารอนายอินทระศักดิ์ที่ศาลอาญา กรุงเทพใต้ ตั้งแต่เมื่อเวลา 09.00 น. ซึ่งเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 ล้านบาท เพื่อมาขอประกันตัวนายอินทระศักดิ์ต่อศาล อยู่ในดุลพินิจขอศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

          ด้านพ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจควบคุมตัว น. ส. ฐิติพรรณ เตชธีรสิริ อายุ 32 ปี น้องสาว นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” ซึ่งอยู่ในฐานะกรรมการ บริษัท เอสทีที ออโต้ เซอร์วิส และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญ กรุงเทพใต้ ในข้อหาร่วมกัน ฉ้อ โกง ประชาชน ขณะเดินทางเข้าเยี่ยมนายอินทระศักดิ์

          โดยข้อหาดังกล่าวเป็นคดี เดียวกับ นายอินทระศักดิ์ แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ แล้วก็ได้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกรณีนี้เป็นกรรมการบริษัทและเป็นผู้ต้องหาร่วม สามารถแจ้งข้อหา และปล่อยตัวได้ จากนั้นจึงจะนัดมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องหาต่อไป แตกต่างกับกรณีนายอินทระศักดิ์ ที่ผู้เสียหายแจ้งความระบุชื่อนายอินทระศัก